กราฟิก/HaRDstories
- โดย
- ณฐาภพ สังเกตุ
- Published
- 11 min read
ปีที่แล้ว คนไทยหลายร้อยตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในกัมพูชา ถูกกักขังและใช้ใบหน้าดำเนินการบัญชีม้ากับธนาคาร แม้บางรายหนีกลับไทยได้ แต่ยังต้องเผชิญหมายจับ บัญชีถูกอายัดและคดีความอีกหลายปีข้างหน้า
หลังลูกกรงขังคือห้องปิดมืดขนาด 2×2 เมตร อากาศบริเวณห้องส่งกลิ่นอับ มีผู้ชายจำนวน 6 คนถูกขังรวมอยู่ในสถานีตํารวจปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี หนึ่งในผู้ถูกคุมขังคือยา สะหมาน ชายวัย 43 ผู้ถูกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงและความผิดกฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
วรัสยา สะหมาน ผู้เป็นภรรยายืนเกาะลูกกรง พยายามสื่อสารภาษามลายูกับผู้เป็นสามี “อย่าร้องไห้ กินข้าวให้อิ่ม ฉันกำลังหาทางประกันตัวให้ได้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้”
ยา สะหมาน คือหนึ่งในคนไทยหลายร้อยคนที่ถูกค้ามนุษย์ไปยังกัมพูชา ที่นั่น พวกเขาถูกขังไว้รวมกันและถูกบังคับให้มอบบัญชีธนาคารของตนให้กับขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ หลังหลบหนีออกมาได้และกลับถึงบ้าน เขาและภรรยากลับถูกดำเนินคดีอาญา ฐานยินยอมให้ใช้บัญชีของตนเป็นบัญชีม้าในขบวนการฉ้อโกงออนไลน์
ขณะที่ทางการไทยเดินหน้าปราบปราม ‘บัญชีม้า’ หรือบัญชีธนาคารที่ใช้ฟอกเงินจากกิจกรรมหลอกลวงทางออนไลน์ จำนวนผู้ถูกจับก็พุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ภายใต้จำนวนเหล่านั้นคือความท้าทายที่นักสืบ อัยการและผู้พิพากษาต้องเผชิญ นั่นคือการแยกแยะให้ได้ว่าใครคืออาชญากรที่แสวงหากำไรจากการหลอกลวง และใครคือเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ที่ถูกข่มขู่ขโมยตัวตน
ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ธนาคารมีกฎให้ต้องสแกนใบหน้าสำหรับการโอนยอดเงินจำนวนมาก โดย มีเป้าหมายเพื่อยับยั้งบัญชีม้า แต่ตำรวจระบุว่า วิธีการของกลุ่มอาชญากรได้พัฒนาไปแล้ว แทนการซื้อบัญชีแบบเดิม ขบวนการเหล่านี้ ‘ค้ามนุษย์’ พาคนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และกักขังเหยื่อไว้เพื่อบังคับให้สแกนใบหน้าทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรมที่ต้องยืนยันตัวตน
หลอกข้ามแดนไปทำงานแอดมินรายได้ดี แต่ที่แท้คือการค้ามนุษย์
ยา สะหมาน เคยทำงานในโรงงานได้เงินเดือน 30,000 บาท แม้รายได้ดี แต่เนื่องจากเข้างานเป็นกะทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยและไม่มีเวลาให้ครอบครัว เขาจึงตัดสินลาออกจากงานประจำมาประกอบอาชีพอิสระ ทำกิจการบ้านเป่าลมให้เด็กๆ เล่นตามตลาดนัดที่ปัตตานี
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2566 พบว่า จ.ปัตตานี มีรายได้โดยเฉลี่ย/เดือน/ครัวเรือนอยู่ที่ 19,777 บาท จัดอยู่ในหกจังหวัดที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่ำที่สุดในประเทศไทย นั่นเป็นเหตุผลให้กิจการของยาไปได้ไม่ดีนัก เขาพยายามดิ้นรนให้ธุรกิจได้ไปต่อ สามคนพ่อแม่ลูก จึงหนีความยากจนมาทำกิจการบ้านเป่าลมที่ภาคตะวันออก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หนึ่งในจังหวัดที่มีมูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาสูงที่สุดในบรรดาด่านชายแดนไทย-กัมพูชา โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าในเดือนพฤษภาคม 2568 มีมูลค่าการค้ารวมทั้งสิ้น 10,897.18 ล้านบาท “หวังว่าจะมาสร้างเนื้อสร้างตัวทำกิจการลงหลักปักฐานที่นี่” ยากล่าว
นับตั้งแต่ย้ายมาที่จ.สระแก้ว ช่วงเดือนตุลาคม ยาเล่าว่าที่แห่งนี้มีตลาดนัดเปิดทุกวัน จึงทำให้เขาสามารถตั้งบ้านเป่าลม ขายรองเท้ามือสอง รวมทั้งเครื่องดื่มในทุกเย็น จนกระทั่งวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 มีผู้หญิงไทยอายุ 20-30 ปี รูปร่างหน้าตาดีเข้าหาและชวนวรัสยากับสามีไปทำงานที่ฝั่งกัมพูชา เธอเสนองานแอดมินให้วรัสยา และงานขับรถให้ยาพร้อมค่าตอบแทน 20,000-30,000 บาท รวมที่พักและอาหารฟรี
วรัสยาคำนวณดูแล้วพบว่า จำนวนเงินเดือนดังกล่าวมากกว่ารายได้จากการค้าขายต่อเดือนที่พวกเธอสามารถทำได้ แม้จะตอบกลับไปว่าขอเวลาตัดสินใจ แต่หญิงสาวคนนั้นบอกว่าไปดูสถานที่ทำงานจริงก่อนได้
ในวันเดียวกัน เวลา 20.00 น. พวกเขานัดเจอกันที่สถานีรถไฟอรัญประเทศเพื่อไปดูสถานที่ทำงาน ก่อนมีผู้หญิงไทยอีกคนพาทั้งคู่ซ้อนมอเตอร์ไซต์ไปยังห้างสรรพสินค้าในละแวกใกล้เคียง จากนั้น มีชายชาวกัมพูชา สามคนมารับทั้งคู่เดินไปในทางเปลี่ยวที่มีแต่ทุ่งนา
“ทำไมพาเดินมาทางนี้ ไม่ไปทางด่านตรวจคนเข้าเมือง” วรัสยาถาม
แต่คำตอบที่ได้รับจากชายชาวกัมพูชาคือการนำมีดและเหล็กปลายแหลมมาจี้ พร้อมบอกให้ส่งของมีค่าและบัตรประจำตัวประชนให้พวกเขา พวกนั้นบังคับให้เดินไปตามร่องน้ำ และเส้นทางที่หลบหลีกกล้องวงจรปิดเพื่อไม่ให้มีหลักฐานหลงเหลือ และนำตัวทั้งคู่ไปส่งยังฐานปฏิบัติการอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ตั้งอยู่ ณ เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา
บังคับสแกนหน้าโอนเงินที่กัมพูชา พัฒนาการของอาชญากรรมออนไลน์
เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับ มิน และอีฟ คู่รักที่เคยทำงานเป็นพนักงานคีย์ข้อมูลให้กับหน่วยงานรัฐ แต่เมื่อสัญญาการทำงานสิ้นสุดลงเมื่อเดือนธันวาคม 2567 พวกเขาหางานใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ในกลุ่มเฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า ‘หางานปทุมธานี’ ทั้งสองเจอประกาศรับสมัครงานร้านอาหาร ตำแหน่งผู้จัดการร้านและคนทำงานครัวในประเทศกัมพูชา ด้วยความที่ตกงานมาสองเดือน ทำให้ค้างค่าผ่อนจ่ายหนี้สินรายเดือนราว 6,000-7,000 บาท นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองตกลงรับงานดังกล่าว
ก่อนตัดสินใจ มินกับอีฟปรึกษาเพื่อนที่ทำงานอยู่ในปอยเปต โดยส่งเอกสารเกี่ยวกับบริษัทให้เพื่อนช่วยดู และได้รับคำตอบว่างานดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ เหมือนงานร้านอาหารในกาสิโนที่เจ้าตัวทำงาน
วันรุ่งขึ้นเวลา 10.00 น. มีคนโทรเข้ามาบอกมีนและอีฟว่า เป็นคนขับรถที่หัวหน้างานส่งมารับไปทำงาน โดยเขาเสนอตัวมารับถึงหน้าบ้าน ภายในรถโตโยต้า อัลติส สีเทาเข้ม มีชายไทยชื่อสุบินเป็นคนขับ และมีผู้ชายอีกสองคนที่อ้างว่าเป็นเพื่อนโดยสารมาด้วย สิ่งแรกที่พวกเขาต้องการจากมินและอีฟ คือการพาทั้งสองไปเปิดบัญชีธนาคารเพิ่มอีกคนละสองบัญชี โดยอ้างว่าเอาไว้สำหรับรับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยง
“ผู้ชายสองคนในรถพาพวกหนูไปเปิดบัญชีและเฝ้าตามติดตัวอยู่ตลอด” มินกล่าว
จนกระทั่งรถพาทั้งสองเดินทางมาถึง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในเวลา 21.00 น. จากนั้น มีรถเก๋งอีกคันมารับพวกเธอไปที่คอกวัวแห่งหนึ่ง ทั้งมินและอีฟเริ่มเอะใจและมองหาทางหนีทีไล่ แต่พบว่าผู้ชายทั้งสองคนที่ตามประกบพวกเธอนั้นมีอาวุธ ทั้งคู่ถูกควบคุมตัวขึ้นเรือข้ามคลองไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา ที่ฝั่งนั้น มีคนนำรถตู้พาพวกเขาไปยังอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ทั้งมินและอีฟพยายามโทรศัพท์ติดต่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สำเร็จเนื่องจากไม่มีสัญญาณ
วันรุ่งขึ้นมินและอีฟถูกนำตัวไปยังตึกที่มีชื่อว่า ‘Hi-So’ ชั้น 11 คนในตึกที่ประกอบไปด้วยทั้งคนไทย กัมพูชา และจีน เข้ายึดโทรศัพท์และบัตรประชาชนของพวกเขา และบังคับให้มินเปิดแอปพลิเคชันบัญชีธนาคาร เมื่อเห็นดังนั้น มินจึงส่งสัญญาณบอกอีฟให้ลบแอปธนาคารทิ้ง แต่กลุ่มคนที่ควบคุมตัวเห็นพิรุธจึงได้หยิบไม้มาและบอกกับทั้งสองว่า
“กู้แอปกลับคืนมา ถ้าไม่กู้กลับมาพวกมึงโดนแน่”
เรื่องเกี่ยวข้อง
•
- โดย ณฐาภพ สังเกตุ
•
- โดย ณฐาภพ สังเกตุ
ทันทีที่พวกเขาเข้าถึงโทรศัพท์และข้อมูลทางการเงินของมินและอีฟได้ พวกเขาปรับวงเงินการทำธุรกรรมภายในแอปพลิเคชัน กักขังทั้งคู่ไว้ภายในตึกปฏิบัติการ และจะนำตัวทั้งคู่มาสแกนใบหน้าเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงิน สืบเนื่องจากทางธนาคารแห่งประเทศไทยบังคับใช้เงื่อนไขการสแกนใบหน้าในการทำธุรกรรมโอนเงินในแต่ละครั้งที่มีมูลค่าตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป หรือทำธุรกรรมโอนเงิน มูลค่ารวมกัน ครบทุกๆ 200,000 บาท ในรอบระยะเวลา 1 วัน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2566 เป็นต้นมา
เจ้าหน้าที่รัฐไทยและความพยายามยับยั้งบัญชีม้า
ข้อมูลจากมูลนิธิอิมมานูเอลระบุว่า ตั้งแต่ตุลาคม 2567-ตุลาคม 2568 ได้ช่วยเหลือกรณีคนไทยถูกหลอกและบังคับใช้ข้อมูลทางการเงินผ่านการสแกนใบหน้า เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ กลับมาได้อย่างน้อย 961 คน
สอดคล้องกับรายงานขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ปี 2567 พบว่า คดีค้ามนุษย์เพื่อก่ออาชญากรรมโดยบังคับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นจาก 296 คดี ในปี 2565 เป็น 978 คดี ในปี 2566 หรือเพิ่มขึ้น 230% นั่นหมายความว่า ผู้เสียหายจำนวนมากยังคงถูกหลอกให้ข้องเกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์
“ถ้าไม่มีมาตรการสแกนใบหน้าเพื่อโอนเงิน มูลค่าความเสียหายจะมากกว่านี้”
ดร.ปริญญา หอมเอนก หนึ่งในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ชี้แจ้งกับ HaRDstories ว่า ภายหลังการออกมาตรการสแกนใบหน้าเพื่อทำธุรกรรมการเงิน ตัวเลขความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ลดลงถึง 30% จาก 100 ล้านบาท เหลือ 70 ล้านบาทต่อวัน
เขามองว่า วันนี้ นโยบายการป้องกันบัญชีม้าของประเทศไทยเดินมาถูกทางแล้ว แต่สิ่งที่นโยบายรัฐไม่สามารถทำได้คือการห้ามไม่ให้คนเปิดบัญชีธนาคาร อันเป็นสารตั้งต้นของบัญชีม้า ดังนั้นสิ่งที่ทางธนาคารทำได้คือการเฝ้าระวัง
“คนส่วนใหญ่ไม่ได้โดนหลอก แต่สมัครใจไป” ดร.ปริญญากล่าว “ต้นตอของบัญชีม้าคือเรื่องเศรษฐกิจ เพราะคนไม่มีเงินจึงต้องไปเป็นบัญชีม้า”
ทางด้าน พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์กับทาง HaRDstories ว่า วิวัฒนาการของบัญชีม้าเปลี่ยนแปลงตามมาตรการที่ภาครัฐตั้งขึ้นมาป้องกัน โดยเริ่มจากการซื้อขายบัญชีธนาคารจากคนใกล้ตัว ปรับเปลี่ยนไปเป็นการซื้อขายบัญชีทางออนไลน์ และหลอกคนไทยไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้บัญชีของคนเหล่านั้นทำบัญชีม้า จนกระทั่งล่าสุด คือการใช้บัญชีม้านิติบุคคลเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการสแกนใบหน้าโอนเงิน เนื่องจากบัญชีธนาคารนิติบุคคลมีอิสระในการทำธุรกรรมการเงินมากกว่า
“ตำรวจต้องแยกระหว่างการถูกค้ามนุษย์กับการฉ้อโกงคนอื่น ไม่สามารถนำมาพิจารณาคดีร่วมกันได้”
พล.ต.ต.นิเวศน์ กล่าวถึงกรณีของครอบครัวสะหมานและมินกับอีฟที่ถูกบังคับสแกนใบหน้าทำธุรกรรมทางการเงิน แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะผ่านการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ แต่ทางพล.ต.ต.นิเวศน์ ระบุว่าเอกสารดังกล่าวสามารถใช้ประกอบการทำสำนวนคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แต่ไม่สามารถใช้ลบล้างความผิดที่บัญชีธนาคารของพวกเขาถูกใช้เป็นบัญชีม้าได้
ข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบุว่า สถิติการจับกุมบัญชีม้าในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ปี 2566 มีจำนวนคดี 1,068 เรื่อง ปี 2567 มีจำนวนคดี 4,317 เรื่องและปี 2568 (ถึงวันที่ 30 กันยายน) มีจำนวนคดีทั้งหมด 6,245 เรื่อง
“บัญชีม้าคือหัวใจสำคัญของอาชญากรรมทางไซเบอร์ หากบัญชีม้าไม่สามารถลำเลียงเงินได้ การหลอกลวงก็ไม่สำเร็จ” พล.ต.ต.นิเวศน์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาบัญชีม้าไว้ว่า ประเทศไทยมีบัญชีธนาคารที่มีเงินฝากไม่ถึง 50,000 บาทจำนวนประมาณ 116.4 ล้านบัญชี คิดเป็นประมาณ 89% ของบัญชีทั้งหมด และบัญชีธนาคารเหล่านี้คือกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นบัญชีม้า
ดังนั้นทางธนาคารแห่งประเทศไทยควรมีมาตรการสกัดกั้น หากบัญชีธนาคารเหล่านี้มีพฤติกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยอย่างเช่น มีการรับโอนเงินจำนวนมากกว่า 50,000 บาท ในเวลาไล่เลี่ยกัน หรือมีการเข้าและออกของเงินจำนวนมากกว่า 50,000 บาทภายในระยะเวลาอันสั้น และหากมีพฤติกรรมเข้าข่ายต้องสงสัยการเป็นบัญชีม้าตามองค์ประกอบ ควรยับยั้งการออกของจำนวนเงินดังกล่าวไว้ชั่วคราว โดยให้เจ้าของบัญชีธนาคารมายืนยันตัวตน ก่อนที่เงินดังกล่าวจะออกไปยังบัญชีม้าแถวสองและแปลงเป็นสินทรัพย์อื่นต่อไป
“นโยบายสแกนใบหน้าช่วยได้แต่ยังไม่เพียงพอ ทุกวันนี้ระบบการโอนเงินออนไลน์ง่ายเกินไปจนก่อให้เกิดปัญหา” พล.ต.ต.นิเวศน์กล่าวสรุป “สิ่งที่ประเทศไทยทำได้ทันที คือการยับยั้งไม่ให้เงินเหล่านั้นออกไปนอกประเทศ”
ทาง HaRDstories ได้ติดต่อไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อสอบถามถึงมาตรการป้องกันบัญชีม้า และผลกระทบจากนโยบายบังคับสแกนใบหน้าเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทยปฏิเสธการให้ข้อมูลโดยตอบกลับมาว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแผนสื่อสารขององค์กร
Stay Informed!
Subscribe to our newsletter to receive our latest stories direct to your inbox.
เมื่อบัญชีม้าตกเป็นจำเลยของสังคม
“พอหัวหน้ารู้ว่าเป็นคดีบัญชีม้า แกไม่ค่อยอยากให้ประกันตัว” ร.ต.ท.พงศธรอธิบาย
ภายในห้องเจ้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจปากคลองรังสิต ช่วงบ่ายวันอาทิตย์วันที่ 15 มิถุนายน 2568 วรัสยาพยายามพูดคุยกับ ร.ต.ท.พงศธร แลเลิศ รองสารวัตรสอบสวน เพื่อทำเรื่องขอประกันตัวสามี
ร.ต.ท.พงศธร นั่งลงบนเก้าอี้และเปิดเอกสาร เขาลังเลถึงกระบวนการประกันตัวว่า จะให้นำเงินสดมาวางค้ำประกันหรือหาคนมาค้ำประกันดี จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์โทรคุยกับหัวหน้า “เคสนี้มีเอกสารคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ของกระทรวงพมฯ” ร.ต.ท.พงศธรบอกกลับไปที่ปลายสาย “เอกสารระบุว่าถูกบังคับไปสแกนหน้าที่กัมพูชา ยืนยันว่าเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซนเตอร์”
หลังวางสาย ร.ต.ท.พงศธร กล่าวว่าเขาอยากช่วยทำเรื่องประกันตัว แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ในการเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายก็ไม่ง่ายในพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มาตรา 9 ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีการกำหนดโทษผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่ท้ายที่สุด ยาก็ได้รับการประกันตัวในสองวันต่อมา
ย้อนกลับไปยังตอนที่วรัสยาและยาถูกบังคับสแกนหน้า กลุ่มคนร้ายนำบัญชีธนาคารของพวกเขาไปทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศกัมพูชา เมื่อช่วงวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2567 โดยคืนวันที่ 29 พฤศจิกายน ทั้งคู่ใช้กลอุบายขอผู้ควบคุมตัวไปซื้อแพมเพิสให้ลูก โดยอาศัยจังหวะขณะที่ผู้คุมกำลังปัสสาวะหลบหนีออกมาด้านนอก และเรียกรถสามล้อรับจ้างให้มาส่งที่ด่านข้ามพรมแดนไทย-กัมพูชา บ้านคลองลึก
วันต่อมา ทั้งคู่เดินทางไปยังกรุงเทพฯ เมื่อพยายามกดเงินสดจากตู้ ATM ก็พบว่าบัญชีธนาคารของพวกเขาถูกอายัด ตามมาด้วยหมายเรียกผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงฯ จาก สภ.เมืองสมุทรสาคร เมื่อรวมหมายเรียกทั้งหมดแล้วพบว่า วรัสยามีคดีความติดตัวทั้งสิ้น 4 คดีความ ในขณะที่ยามีคดีฉ้อโกงติดตัวทั้งสิ้น 2 คดีความ
“ฉันอยู่ในช่วงลำบากที่สุดในชีวิต” วรัสยากล่าว “บัญชีธนาคารใช้ไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ เหมือนคนล้มละลาย”
การปลดอายัดบัญชีในกรณีที่คดีความอยู่ในชั้นศาลแล้วนั้น ทั้งวรัสยาและยาจะต้องต่อสู้คดีจนถึงที่สุด จากนั้นจึงสามารถทำเรื่องขอ “หนังสือรับรองว่าคดีถึงที่สุด” หรือ “คำสั่งศาลให้เพิกถอนการอายัด” แล้วนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นต่อธนาคารเพื่อดำเนินการปลดอายัดบัญชี ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีระหว่างกระบวนการยุติธรรมกว่าพวกเขาจะสามารถเปิดใช้งานบัญชีธนาคารได้อีกครั้ง
ช่วงเดือนธันวาคม 2567 ครอบครัวของวรัสยาและยาติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิอิมมานูเอล จนได้รับความช่วยเหลือให้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ หากผ่านการคัดกรอง จะได้รับเอกสารยืนยันความบริสุทธิ์เพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลได้
HaRDstories ได้ตรวจสอบใบรับรองต่างๆ พร้อมกับหมายจับและเอกสารการอายัดบัญชี ซึ่งยืนยันและสอดคล้องกับคำให้การของพวกเขา
ด้านจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานกรรมการมูลนิธิอิมมานูเอลกล่าวว่า งานสำคัญของเขาตอนนี้คือนำผู้เสียหายที่องค์กรของเขาช่วยเหลือกลับมาได้เข้าคัดกรองในเบื้องต้น และหากมีพยานหลักฐานเพียงพอว่าถูกหลอกไป เขาจะส่งเรื่องไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพของภาครัฐ ดำเนินกระบวนการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อให้ได้เอกสารมาใช้สำหรับต่อสู้คดี
แต่ใช่ว่าทุกกรณีที่ได้รับการคัดกรองจะได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี แข หญิงสาวจาก จ.อุดรธานี วัย 20 ปี มีชะตากรรมที่โชคร้ายกว่าคนอื่น โดยเธอหลงเชื่อประกาศรับสมัครงานตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารในเฟซบุ๊กกลุ่ม ‘หางานอุดร มีงานบอกด้วย’ และถูกขโมยตัวตนทางการเงินเพื่อใช้ในการทำธุรกรรมตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2567 หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน เธอถูกขายต่อไปยังอีกตึกหนึ่งเพื่อทำงานเป็นคอลเซนเตอร์ ระหว่างนั้นเธอถูกทำร้ายร่างกายโดยใช้แท่งเหล็กฟาดที่เท้าขวา เนื่องจากพยายามหลบหนี
“เขาจับหนูขึ้นไปขังไว้ คนจีนเอาเหล็กมาฟาดและขังหนู เขาใช้กุญแจข้อมือล็อกตัวหนูไว้กับเตียง จากนั้นก็เอาหนูไปปล่อยทิ้งไว้กลางทุ่งนาในกัมพูชา”
แขต้องทนอยู่ในสภาพนั้นกว่าหนึ่ง ปี จนกระทั่งหลบหนีออกมาได้ช่วงเดือนมีนาคม 2568 โดยได้รับความช่วยเหลือจากชาวกัมพูชาที่พบเห็นเธอในทุ่งนา มูลนิธิอิมมานูเอลไปรับตัวเธอกลับประเทศไทย เธอผ่านกระบวนการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แขได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์ว่ามีอาการทางจิตจากภาวะความเครียดและภาวะซึมเศร้า
อย่างไรก็ดี แขถูกออกหมายจับจากสภ.สำโรงเหนือ คดีฉ้อโกงประชาชน จากการที่บัญชีธนาคารของเธอถูกใช้รับเงินของผู้เสียหาย แม้ว่าเธอจะเดินทางไปรายงานตัว แต่ก็พบว่าสายเกินไปเสียแล้ว เพราะเธอถูกออกหมายจับ ก่อนที่มูลนิธิอิมมานูเอลจะทำเรื่องประกันตัวเธอได้
แขให้สัมภาษณ์กับ HaRDstories ว่า พื้นฐานครอบครัวของเธอนั้นพ่อกับแม่แยกทางกัน ก่อนถูกหลอก เธอเรียนอยู่ชั้นปวช.3 เช่าหอพักอยู่ในตัวเมืองอุดรธานี และทำงานขายนมเปรี้ยวตามสี่แยกไฟแดง จนกระทั่งช่วงปิดเทอมเธออยากหางานพิเศษทำ เพราะอยากมีเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว
“ตัดสินใจไปเพราะฐานเงินเดือน 20,000 บาท มีที่พักและอาหารฟรี คิดว่าทำงานช่วงปิดเทอมจะได้นำเงินกลับมาใช้เล่าเรียน”
แต่แขไม่เคยได้มีโอกาสได้กลับมาเรียนอีกเลย ปัจจุบันเธอยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และกำลังรอฟังคำพิพากษาจากศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ทางมูลนิธิอิมมานูเอลพยายามยื่นอุทธรณ์เพื่อขอประกันตัวเธอออกมาสู้คดี แต่ศาลคัดค้านการประกันตัวเพราะกลัวว่าเธอจะมีพฤติกรรมหลบหนีคดี
คำพิพากษาบัญชีม้าในวันที่คนบงการลอยนวล
ท่ามกลางแดดเที่ยงวันที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลางเดือนสิงหาคม 2568 วรัสยาและยากำลังทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง ยาได้รับค่าจ้างวันละ 600 บาท ในขณะที่วรัสยารับค่าจ้างวันละ 400 บาท
“ชีวิตต้องเริ่มใหม่ทุกอย่าง” วรัสยากล่าวถึงชีวิตปัจจุบันของครอบครัวเธอ “แต่คดีความที่ยังพัวพันอยู่ ทำให้เราลำบาก ต้องเดินทางไปศาลแทบทุกสัปดาห์”
หนึ่งในคดีของเธอกำลังมีผลคำพิพากษาเดือนถัดมา
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน วรัสยาตื่นตั้งแต่ตีสี่ เตรียมตัวออกเดินทางไปฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดยะลาในข้อหาความผิด พ.ร.บ.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดต่อพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
จาก อ.หาดใหญ่ ยาขับรถกระบะเพื่อนำลูกไปฝากไว้กับพี่เลี้ยงที่ปัตตานี ก่อนเดินทางไปถึงศาลจังหวัดยะลาช่วง 8 โมงเช้า วรัสยาและยาเดินไปยังห้องพิพากษาหมายเลข 4 เสมียนหน้าบัลลังก์กล่าวทักทายพวกเขา ยาเล่าว่าเสมียนคนนี้เคยพาลูกมาเล่นบ้านเป่าลมของเขาสมัยยังเปิดกิจการอยู่ที่ปัตตานี
เวลาผ่านไปจนถึง 10 โมงเช้า ผู้พิพากษาหญิงวัยกลางคนเดินขึ้นไปบนบัลลังก์ เธอถามชื่อและที่อยู่ของวรัสยา ก่อนเริ่มอ่านผลคำพิพากษา
ผู้พิพากษาเห็นว่าโจทก์ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ โดยมีการโอนเงินไปยังบัญชีของจำเลยจำนวนเงิน 40,000 บาท บัญชีจำเลยคือบัญชีต้นทาง แต่ศาลเห็นว่าจำเลยไม่มีส่วนร่วมในการหลอกลวง และในวันเกิดเหตุ 25 พฤศจิกายน 2567 จำเลยถูกหลอกไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา และถูกบังคับสแกนหน้าเปิดบัญชี โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยรับค่าตอบแทน จึงมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลย
วรัสยาใช้ผ้าฮิญาบคลุมหน้าเช็ดน้ำตาที่ไหล แต่ทั้งนี้ยังเหลืออีกสามคดีที่เธอต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เธอมีความหวังว่าคำพิพากษาของศาลในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำหรับทั้งเธอและสามีในคดีๆ ต่อไป
ส่วนมินและอีฟได้นำประสบการณ์เลวร้ายที่เผชิญมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการช่วยเหลือผู้อื่น ปัจจุบันทั้งคู่ทำงานให้กับมูลนิธิอิมมานูเอล เพื่อช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ชาวไทยคนอื่นๆ อย่างไรก็ตามการต่อสู้ทางกฎหมายของทั้งคู่ยังไม่สิ้นสุด มินต้องเผชิญคดีความถึง 4 คดี ส่วนอีฟมี 3 คดี บัญชีธนาคารของทั้งคู่ยังคงถูกอายัดไว้ คดีหนึ่งได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว อีกคดีที่เหลือยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
สำหรับ สะหมาน คดีของเขาอยู่ในขั้นสืบสวนโดยตำรวจ ยังไม่ได้ยื่นไปยังพนักงานอัยการ
วรัสยาเล่าว่าตอนนี้เธอต้องกลับมาทำงานหนัก บางมื้อต้องอดไม่มีข้าวกิน และวันนี้ยังมีคนไทยอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือแบบที่พวกเธอกำลังเผชิญ
“คนที่ถูกหลอกต้องมารับกรรม ในขณะที่คนบงการยังคงลอยนวล” วรัสยากล่าวด้วยความท้อแท้
ณฐาภพ สังเกตุ นักข่าวอิสระ ที่ติดตามเรื่องราวด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอินเดีย 1 ปี สนใจเรื่องราวของผู้คนชายขอบ
More Features
- โดย Rebecca. L. Root
- โดย วีรพงษ์ สุนทรฉัตราวัฒน์



