เพจปลอมโดย ‘แอดมินในกัมพูชา’ ปั่นกระแสชาวไทยนับล้าน

จิรัชยา หงษ์แก้ว/HaRDstories

เพจปลอมเฟซบุ๊กกว่า 50 เพจ โดยแอดมินในกัมพูชา แฝงตัวเป็นสำนักข่าวและนักการเมืองไทย ปล่อยข่าวเท็จบิดเบือนเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่า ปฏิบัติการข่าวสารอาจบิดเบือนสถานการณ์ชายแดนและชี้นำความคิดสังคมไทยตอนเลือกตั้ง

 

คำสั่งอพยพนั้นดูสมจริง ผู้ว่าฯ ในชุดเครื่องแบบ พร้อมเอกสารราชการประทับตราครุฑ คาดแถบสีแดงว่า ‘ด่วนที่สุด’ โพสต์นี้เผยแพร่ทั่วเฟซบุ๊กในเดือนตุลาคมด้วยข้อความว่า ผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาสั่งประชาชนให้อพยพ

เพจและกลุ่มเฟซบุ๊กกว่า 30 แห่งเผยแพร่คำเตือนดังกล่าว โดยมีผู้ติดตามรวมกว่า 1.2 ล้านคน

ทว่า ไม่มีการสั่งอพยพเกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด

“ผมบอกชาวบ้านว่าต้องรอคำสั่งจากอําเภออย่างเดียว ฟังคำสั่งทางการจากหอกระจายข่าวชุมชน” สุเทียน ผิวจันทร์ ผู้นำชุมชนวัย 50 บ้านด่านกลาง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าว พื้นที่แรกที่เผชิญโจมตีทางอากาศเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว “ส่วนมากโซเชียลจะออกข่าวก่อน เพราะว่าคนในชุมชนส่วนมากเขาก็เล่นเฟซบุ๊กกัน”

เสียงปืนสงัดลง ทว่าสงครามข้อมูลยังดำเนินต่อไป แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะนำความสงบกลับมา แต่ขบวนการแพร่ข่าวปลอมยังคงอยู่ และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ คนไทยกำลังไปเลือกตั้ง ท่ามกลางเครือข่ายบิดเบือนข้อมูลข่าวสารจำนวนมากที่ยังทำงานอยู่

HaRDstories พบเพจเฟซบุ๊กอย่างน้อย 50 เพจ บริหารโดยแอดมินที่อยู่กัมพูชา มีผู้ติดตามอ่านกว่า 8 ล้านคน เพจเหล่านี้เผยแพร่คอนเทนต์เป็นภาษาไทยระหว่างช่วงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาปีที่ผ่านมา สอดแทรกข่าวปลอมผสมปนเปกับข่าวกระแส ข่าวบันเทิง พยากรณ์อากาศ ธรรมะ โดยดำเนินการมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี

เพจเหล่านี้สวมรอยเป็นสื่อกระแสหลักและนักการเมืองไทย ทำให้ข่าวเท็จกลมกลืนจนแทบแยกไม่ออกจากข่าวจริง

เพจหนึ่งที่ปล่อยข่าวคำสั่งอพยพปลอมคือ ‘Daily News 24’ ซึ่งโพสต์ข่าวภาษาไทยสู่ผู้ติดตามกว่า 20,000 คนต่อเนื่องหลายเดือน เมื่อมองจากภายนอก เพจนี้ดูเหมือนสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ แต่ทีมงานเบื้องหลังกลับเป็นแอดมินในกัมพูชา 6 คน

 
ธุรกิจคอนเทนต์ฟาร์ม

ในแต่ละวัน Daily News 24 จะโพสต์พาดหัวข่าวดึงดูดความสนใจพร้อมแคปชั่นสั้นๆ ออกแบบมาให้คนสงสัยจนต้องกดคลิกลิงก์เว็บเข้าไปอ่านต่อ

เมื่อคลิกเข้าไป สิ่งที่พบคือเว็บไซต์อัดแน่นด้วยข่าวผลิตด้วยเอไอ สังเกตได้ว่าไม่ใช่คนจริงๆ เขียนเอง จากการใช้พาดหัวข่าวแสดงความยินดีผิดที่ผิดทางกับข่าวอุบัติเหตุ หรือเว้นวรรคประโยคแบบขาดๆ เกินๆ จากการใช้โปรแกรมถอดเสียงอัตโนมัติ เว็บไซต์ข่าวปลอม Clicknews.store สร้างขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2568 จากนั้นสามเดือนต่อมา เพจเฟซบุ๊ก Daily News 24 ก็เปลี่ยนไปแนบลิงก์โดเมนเว็บใหม่ชื่อ NtThai แทน ส่วนเว็บ Clicknews.store ตอนนี้พาคนอ่านเด้งไปสู่เว็บพนัน

เนื้อหาผลิตโดยเอไอชุดเดียวกันนี้ปรากฏในเพจเครือข่ายนับสิบเพจในเวลาไล่เลี่ยกัน แทรกอยู่ระหว่างข่าวที่เขียนเร้าอารมณ์ชวนให้เข้าไปอ่านต่อ พยากรณ์อากาศ ซุบซิบดารา ตรวจหวย คำคมธรรมะและมุกตลก ทั้งหมดเป็นเนื้อหาภาษาไทย คอนเทนต์รูปแบบเดียวกันนี้ยังพบบนช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น Instagram YouTube และ Pinterest

“วิธีนี้ทำให้ผู้ดูแลเพจได้ทั้งยอดผู้ติดตาม ได้เช็กปฏิกิริยาคนอ่านและทำให้เพจดูน่าเชื่อถือเหมือนของจริง” เจอร์รี่ ยู นักวิเคราะห์จาก Doublethink Lab องค์กรวิจัยไต้หวัน ซึ่งเกาะติดเรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information operation: IO) กล่าว “พอเพจและเว็บคอนเทนต์ฟาร์มพวกนี้สะสมยอดเข้าชมและเอ็นเกจเมนต์มากพอ ก็สามารถสร้างรายได้ผ่านค่าโฆษณา หรือไม่ก็นำช่องทางพวกนี้ไปขายต่อ ทั้งบัญชีและโดเมน”

ทว่าคอนเทนต์ฟาร์ม (ธุรกิจปั๊มคอนเทนต์จำนวนมาก) ยังสามารถถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากการหากำไรจากยอดวิวได้ เพราะในช่วงวิกฤตหรือความขัดแย้ง เครือข่ายเหล่านี้ก็พร้อมจะผันตัวมารับจ้างตามคำสั่ง

“พวกเขาสามารถทำหน้าที่เหมือนบริษัทพีอาร์” ยูกล่าว “คอยรับบรีฟงานจากผู้ที่ต้องการทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือเครือข่ายมิจฉาชีพ เพราะพวกเขามีทั้งเพจและบัญชีปลอมในมือ พร้อมจะนำมาใช้งานได้ทุกเมื่อ”

การสร้างสำนักข่าวปลอมที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมากถือเป็นเทคนิคหนึ่งตามทฤษฎีเรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร DISARM เมื่อผู้อ่านพบเพจที่มีคนตามกว่า 20,000 คน แถมขยันโพสต์ ย่อมดูน่าเชื่อถือ ทั้งที่ความจริงแล้ว มีข่าวปลอมสอดไส้อยู่

Daily News 24 จงใจตั้งชื่อให้พ้องกับเดลินิวส์ (Daily News) สำนักข่าวใหญ่อันดับสองของไทย ส่วนเพจอื่นๆ ในขบวนการก็ใช้วิธีเลียนแบบสื่อกระแสหลักเจ้าดังอย่างข่าวสดและไทยรัฐ (ลิงก์บันทึกของเพจและกลุ่มปลอมดังนี้และตัวอย่างนี้) 

HaRDstories ติดต่อไปยังไทยรัฐ เพื่อสอบถามเรื่องเพจปลอม ทางไทยรัฐยืนยันว่าได้แจ้งเรื่องไปยังเมตา ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊กแล้ว แต่ยอมรับว่าขั้นตอนทั้งยากและกินเวลา บางครั้งต้องรอนานหลายเดือน โดยไม่มีหลักประกันเลยว่าเพจจะถูกลบออกไปหรือไม่

 

‘ไอโอ’ บริการของสแกมเมอร์?

สิบปีที่ผ่านมา การหลอกลวงทางออนไลน์กลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กัมพูชาตกเป็นประเด็นข่าวระดับโลกในฐานะแหล่งรวมปฏิบัติการอาชญากรรมออนไลน์ ตั้งแต่หลอกลวงให้โอนเงิน ค้ามนุษย์ รวมถึงเผยแพร่ข่าวปลอม 

ฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์จำนวนมากตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาและดำเนินการอย่างช่ำชอง ส่วนมากสแกมเมอร์มักจะเป็นที่รู้จักจากการหลอกลวงทางออนไลน์ เช่น หลอกให้โอนเงินเพราะเสน่หาหรือลงทุนคริปโต ไม่เพียงแค่นั้น ยังพบให้บริการเผยแพร่ข่าวเท็จมากยิ่งขึ้น

“กรณีที่เราเจอส่วนใหญ่พบจุดร่วมระหว่างสแกมเมอร์และการเผยแพร่ข่าวปลอม” เบเนดิกต์ ฮอฟ์แมน รองผู้แทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้-แปซิฟิก สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) กล่าว “เทคโนโลยีแบบเดียวกันที่ใช้ในการหลอกลวงออนไลน์สามารถนำมาใช้ทำแคมเปญข่าวปลอมแบบล็อกเป้าผู้รับสารได้ง่ายๆ โดยอาจเป็นแหล่งรายได้อีกทางหนึ่งของกลุ่มอาชญากรรม”

ฮอฟ์แมนมองว่า ตัวอย่างล่าสุดนี้อาจแสดงให้เห็นเพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” เขาเผยว่า “เทคโนโลยีสร้างรูปและคลิปจากเอไอกำลังต้นทุนถูกลงและก้าวหน้ามากขึ้น เปิดประตูสู่แคมเปญข่าวปลอมในสาธารณะวงกว้าง”

โครงสร้างของเครือข่ายเหล่านี้ชี้ให้เห็นลักษณะความร่วมมือข้ามชาติ เพจที่ HaRDstories รวบรวมมามากกว่าครึ่งมีแอดมินอยู่ในกัมพูชาและประเทศอื่นๆ โดยส่วนมากมีแอดมินในกัมพูชา 2-12 รายและแอดมินในไทยหรือสหรัฐ 1-3 ราย 

โดเมนเว็บข่าวปลอมที่เราพบถูกจดทะเบียนในกรุงเรคยาวิก เมืองหลวงประเทศไอซ์แลนด์ เบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้ในเพจไม่มีอยู่จริงหรือเป็นเบอร์ของธุรกิจในเมืองไทยที่ไม่เกี่ยวข้อง ในกรณีหนึ่งที่เราโทรตรวจสอบ เจ้าของร้านอาหารยืนยันว่าใช้เบอร์นี้มาแล้ว 20 ปีโดยไม่รู้ว่ามีเพจเฟซบุ๊กเอาเบอร์ของตนไปใช้ 

HaRDstories ติดต่อเพจเหล่านี้เพื่อขอความเห็น แต่ไม่มีเพจใดตอบรับ 

 
สู้ข่าวปลอม 

ช่วงปะทะชายแดน ข่าวปลอมกระจายอยู่ทั่วโลกออนไลน์ ไม่หยุดอยู่แค่คำสั่งอพยพปลอม ชาวเน็ตไทยและเขมรโต้ตอบกันอย่างเกรี้ยวกราดใต้คลิปวิดีโอสร้างจากเอไอ โพสต์ข่าวบิดเบือนอ้างว่าสวีเดนกับฝรั่งเศสเลือกเข้าข้างประเทศไทยในความขัดแย้ง ตัวเลขยอดผู้บาดเจ็บผิดๆ ถูกแชร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางทีพบข่าวปลอมปั่นยอดผู้เสียชีวิตสูงกว่าความจริง 10 เท่า

เบื้องหลังการเก็บข้อมูล

HaRDstories เริ่มต้นสืบสวนด้วยการตรวจสอบข่าวปลอมที่นักข่าวและชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตเพื่อระบุเพจเฟซบุ๊กที่เป็นแหล่งปล่อยข่าวเท็จ จากนั้นจึงตรวจสอบประเทศต้นทางของแอดมินเพจผ่านฟีเจอร์ความโปร่งใสของเพจ (Page Transparency) เราระบุว่าเพจต่างๆ มีพฤติกรรมร่วมมือกันที่ไม่เป็นธรรมชาติ (Coordinated Inauthentic Behavior) โดยสังเกตว่าเผยแพร่คอนเทนต์ชุดเดียวกันและกดติดตามกันเพื่อเพิ่มยอดผู้ติดตาม จึงสรุปเชื่อมโยงเครือข่ายปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร 

ทีมงานใช้เครื่องมือสาธารณะ Whoisfreak ตรวจสอบอีเมลที่ใช้จดทะเบียนโดเมน เพื่อหาผู้อยู่เบื้องหลังเพจ

เจอร์รี่ ยู นักวิเคราะห์จาก Doublethink Lab องค์กรวิจัยที่เชี่ยวชาญเรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบข้อมูลของ HaRDstories และยืนยันในรูปแบบความร่วมมือที่ไม่เป็นธรรมชาติดังกล่าว

รัฐบาลไทยยอมรับว่าไม่พร้อมรับมือสงครามข้อมูลข่าวสารระดับนี้ “เราเริ่มเข้าใจสิ่งที่เรียกว่าการบงการและแทรกแซงทางข้อมูลข่าวสารจากต่างชาติ” มาระตี อันดาโม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวตอนสิงหาคม ชี้ถึงปฏิบัติไอโอข้ามชาติหรือที่เรียกกันว่า Foreign Information Manipulation and Interference (FIMI) “เราไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน”

กัมพูชาเองก็ประสบความวุ่นวายคล้ายกัน สื่อเขมรรายงาน พบข่าวปลอมกว่า 80 ชิ้นในช่วงความขัดแย้ง แต่ไม่ได้ระบุที่มาเพิ่มเติม ชาวโซเชียลของทั้งสองประเทศต่างตกเป็นเหยื่อของข้อมูลบิดเบือนจากหลากหลายแหล่งที่มา 

แบบสำรวจของรอยเตอร์พบว่า ปี 2568 คนไทย 75% เสพข่าวผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดีย สำนักข่าวไทยหลายแห่งตั้งหน่วยตรวจสอบข่าวปลอมขึ้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อรับมือข่าวปลอมช่วงปีที่ผ่านมา เช่น ThaiPBS Verify หรือสำนักข่าวต่างชาติ AFP ที่เปิดหน่วยตรวจสอบข่าวปลอมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ปี 2561

AFP ใช้เทคนิคสืบสวนร่องรอยดิจิทัลและตรวจสอบข้อมูลจากนักข่าวไทยและกัมพูชาเพื่อป้องกันอคติในการตรวจสอบข่าวปลอมในช่วงความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ ในฐานะพาร์ทเนอร์ตรวจสอบข่าวปลอมอิสระกับทางเมตาและติ๊กต็อก คอนเทนต์ที่ AFP ตรวจสอบแล้วว่าบิดเบือนจะปรากฏแถบแจ้งเตือนผู้ใช้งานโซเชียล

แต่ปริมาณข่าวปลอมก็ล้นมือพวกเขา

“มันเหมือนตลกร้าย” ชญานิศ อิทธิพงศ์เมธี นักตรวจสอบข่าวปลอมชาวไทย AFP เล่า “ตอนที่นายกรักษาการไทย ภูมิธรรม จับมือฮุน มาเนต [นายกรัฐมนตรีกัมพูชา] เพื่อประกาศเจรจาหยุดยิง เราถามชาวบ้านว่าดีใจไหมที่จะได้กลับบ้านแล้ว แต่ในมือถือเขามีแต่คลิปเอไอ คลิประเบิด ปะทะ หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประกาศหยุดยิงแล้ว” 

ชาวบ้านในจังหวัดชายแดนไทยบอกชญานิศว่าไม่เชื่อสำนักข่าว แต่เชื่อประกาศจากกองทัพ หน้าโซเชียลมีเดียของพวกเขาเต็มไปด้วยคลิปสู้รบที่แท้จริงแล้วมาจากยูเครนหรือประเทศอื่น แต่ทำให้พวกเขาเข้าใจผิดว่าเป็นการปะทะไทย-กัมพูชา 

กระบวนการตรวจสอบข่าวปลอมใช้เวลา ต้องผ่านการตรวจโดยบก.สองถึงสามคน แต่ช่วงวิกฤต ข่าวสารเผยแพร่เร็วเกินกว่าที่จะตรวจสอบได้หมด “ทีมตรวจสอบข่าวปลอมของเรายังเร็วตอบโจทย์สถานการณ์ไม่พอ” ชญานิศว่า

HaRDstories แจ้งเมตาเกี่ยวกับเครือข่ายไอโอนี้ตอนธันวาคม บริษัททำการลบบางเพจ รวมถึง Daily News 24 แต่แจ้งว่า ก่อนหน้านั้น บริษัทไม่ได้ตรวจสอบพฤติกรรมความร่วมมือผิดธรรมชาติจากกัมพูชาที่เจาะกลุ่มไปที่ผู้ใช้งานไทย เมตาไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในรายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารนี้หรือยืนยันว่าบริษัทได้ตรวจจับเพจปลอมเหล่านี้เอง 

พาร์ทเนอร์ตรวจสอบข่าวปลอมของเมตาเน้นตรวจสอบข่าวปลอมรายชิ้นมากกว่าจะสืบสาวเครือข่ายที่ทำงานเชื่อมโยงกัน นี่กลายเป็นช่องว่างที่เปิดให้ปฏิบัติการไอโออย่างเป็นระบบเบ่งบาน ต่อให้โพสต์แต่ละชิ้นจะถูกชี้เป้าแล้วว่าเป็นข่าวปลอมก็ตาม 

 
พุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้ง

ความขัดแย้งชายแดนจุดไฟความรู้สึกชาตินิยมในไทย เมื่อเลือกตั้งใกล้เข้ามาวันอาทิตย์นี้ ผู้เชี่ยวชาญต่างกังวลว่า แคมเปญข่าวปลอมอาจจะตักตวงผลประโยชน์จากคลื่นอารมณ์นี้เพื่อส่งอิทธิพลต่อผลเลือกตั้ง 

ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแทรกแซงและส่งอิทธิพลต่อการเลือกตั้งทั่วโลก การเลือกตั้งไต้หวันปี 2567 พบเพจที่จัดการโดยแอดมินในกัมพูชาแสร้งเป็นผู้ใช้งานไต้หวัน เผยแพร่เนื้อหาโน้มน้าวความเห็นสาธารณะหลายเดือนก่อนการเลือกตั้ง ปี 2568 ระหว่างการเลือกตั้งแคนาดา สำนักข่าวปลอมบนยูทูปยังผลิตข่าวจากเอไอเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง

เครือข่ายไอโอเขมรที่ล็อกเป้ากลุ่มคนไทย ไม่ได้อยู่เพียงแค่รูปแบบสำนักข่าวปลอมเท่านั้น หากยังแสร้งเป็นเพจแฟนคลับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตนักการเมืองฝ่ายค้านชื่อดัง 

ตอนเดือนสิงหาคม หลังการปะทะชายแดนครั้งแรก เพจพิธาปลอมเพจหนึ่งโพสต์เนื้อหาที่ดูเหมือนเป็นแถลงการณ์ทางการของพรรคส้ม เรียกร้องให้ผู้นำไทยหยุดปฏิบัติการทางทหาร โดยอ้างว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมหาศาล โพสต์นั้นเขียนด้วยภาษาไทยผิดธรรมชาติ “เพราะหากสถานการณ์ยังคงแบบนี้ต่อไป ประชาชนจะลุกขึ้นต่อสู้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีการเรียกร้องของผม!”

ภาพประกอบโพสต์ใช้โลโก้พรรคก้าวไกล แม้ว่าพรรคจะถูกยุบไปแล้วหนึ่งปีก่อนหน้าเพราะความท้าทายทางกฎหมาย ก่อนที่สส.กลุ่มเดิมจะรวมตัวกันเปิดพรรคประชาชนแทน ทางพรรคประชาชนยืนยันกับ HaRDstories ว่าโปสเตอร์นี้ถูกปลอมแปลงขึ้น และพรรคไม่เคยออกแถลงการณ์แบบดังกล่าว 

ขณะที่พรรคประชาชนรณรงค์นโยบายนำทหารออกจากการเมือง เพจปลอมดังกล่าวกลับสร้างภาพว่า พรรคหัวก้าวหน้านี้เป็น “คนทรยศ” ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสาธารณะไทยในช่วงที่ความรู้สึกรักชาติแพร่ขยายในวงกว้าง ภาพลักษณ์นี้อาจส่งผลเสียมาก ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง 

ในสัปดาห์เดียวกัน เพจแอบอ้างพิธายังโพสต์อ้างว่า เหตุปะทะที่ภูมะเขือ ใกล้ปราสาทเขาพระวิหารทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 300 นาย โดยโทษว่าเป็นเพราะการบริหารที่ผิดพลาดของแม่ทัพกุ้ง ผู้ดูแลความมั่นคงชายแดนรอบนี้ แต่ความจริงแล้ว มียอดทหารเสียชีวิต 42 รายตลอดการปะทะชายแดนไทยกัมพูชาปีที่ผ่านมา

ต้นปี 2568 พรรคประชาชนยังเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างจากสังคมไทยว่าพรรคเข้าข้างผู้อพยพพม่ามากเกินไป ซึ่งเป็นผลจากปฏิบัติการข่าวปลอม

 

ใครอยู่เบื้องหลัง?

เพจเหล่านี้ดูเหมือนจะถูกบริหารจากทีมงานในกัมพูชา แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ นั้นยังไม่ชัดเจน และอาจจะจงใจให้เป็นเช่นนั้น

ชาวเน็ตไทยสังเกตเห็นว่า เพจพิธาที่ว่าเป็นเพจปลอม ผ่านการตรวจสอบฟีเจอร์ความโปร่งใสของเพจบนเฟซบุ๊ก โดยเพจสร้างขึ้นตอนปี 2561 ใช้ชื่อภาษาเขมรแปลได้ว่า “ชะตากรรมมนุษย์” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “Pita Lover” (แฟนคลับพิธา) ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุปะทะชายแดนรอบแรก หลายปีที่ผ่านมา เพจคอยโพสต์ภาพพิธาตามประสาแฟนคลับ แต่แล้วจู่ๆ ก็หันมาเผยแพร่ข่าวปลอมทางการเมือง 

หลักฐานนี้ชี้ความเป็นไปได้หลายอย่าง ซึ่งอาจออกแบบมาให้เป็นเช่นนั้น

ผู้ดูแลเพจอยู่ในกัมพูชา แต่เครือข่ายไอโอแสดงให้เห็นลักษณะโครงสร้างปฏิบัติการทางข้อมูลหลายแบบ สำนักข่าวปลอมอย่าง Daily News 24 พาผู้ใช้งานโซเชียลไปที่เว็บพนัน มีพฤติกรรมคล้ายกับคลิกฟาร์ม (ทำเพื่อปั่นยอดวิว บ้างเรียกคอนเทนต์ฟาร์ม) ส่วนเพจแอบอ้างเป็นนักการเมืองอย่างเพจพิธาปลอมดูไม่ได้มีโครงสร้างรองรับสร้างรายได้และไม่อาจสรุปจุดประสงค์ได้ชัดเจน 

ช่วงเวลาข่าวปลอมแพร่สะพัดเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับที่ความขัดแย้งชายแดนทวีความรุนแรงและก่อนการเลือกตั้งไทย อาจสื่อให้เห็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่จงใจทำ ทั้งนี้ ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเครือข่ายนี้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลต่างประเทศหรือไม่

ความเป็นไปได้อีกอย่างคือ ผู้บงการอยู่ในไทยและใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มีฉากหน้าว่าอยู่กัมพูชามาปกปิด 

HaRDstories สืบสวนเครือข่ายเพจปลอมอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Daily News 24 แต่มีลักษณะคล้ายกัน พบว่า อีเมลที่ใช้จดทะเบียนเว็บข่าวปลอมกว่า 45 โดเมนเชื่อมโยงถึงผู้ใช้งานที่จ.สงขลา ความจริงที่ว่าขบวนการ Daily News 24 มีแอดมินร่วมในกัมพูชาและไทย จึงอาจเป็นข้อสังเกตได้ว่า ปฏิบัติการไอโอมีลักษณะทำงานร่วมกันข้ามประเทศและไม่ได้เป็นแค่ปฏิบัติการแยกเดี่ยว

“บางทีผู้บงการเบื้องหลังอาจไม่ใช่คนกัมพูชา” ยูกล่าว “เพราะเนื้อหาบางอย่างโจมตีพรรคการเมือง สันนิษฐานได้ว่า ผู้บงการอาจจะเป็นพรรคการเมืองฝั่งตรงข้าม พวกเขาอยากแสร้งว่าเป็นการโจมตีจากกัมพูชา เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าการโจมตีแบบผีเสื้อ” 

การโจมตีแบบผีเสื้อ (Butterfly Attack) เป็นเทคนิคของไอโอ โดยตั้งชื่อมาจากพฤติกรรมผีเสื้อบางสปีชีส์ที่เลียนแบบการบินของแมลงชนิดอื่น เพื่อหลอกล่อให้ผู้ล่าสับสน ในกรณีของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ผู้กระทำจะแอบอ้างเป็นสมาชิกของกลุ่มสังคมใดสังคมหนึ่ง เพื่อใช้โอกาสแทรกแซงแนวคิดบางอย่างเข้าไป โดยปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้

“ชาตินิยมแบบใดก็ล้วนแล้วแต่ต้องการศัตรูด้วยกันทั้งนั้น กัมพูชานับเป็นศัตรูของชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในฐานะประเทศราชที่ชอบลอบกัดไทยเสมอๆ ในเวลาที่ไทยอ่อนแอ” สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี อดีตบก.หนังสือพิมพ์ The Nation เขียนในบทความวิเคราะห์โฆษณาชวนเชื่อระหว่างความขัดแย้ง หากผู้ได้รับผลประโยชน์เป็นชาวไทยที่ต้องการแทรกแซงการเมือง การใช้หน้ากากกัมพูชาบังหน้านั้นให้ประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ โยนความผิดให้กับศัตรูทางประวัติศาสตร์ ขณะที่ผู้เบื้องต้องการในประเทศสามารถเลี่ยงคำวิพากษ์วิจารณ์ 

ที่ผ่านมา นักการเมืองและกลุ่มอำนาจไทยเคยตกเป็นประเด็นว่าแทรกแซงโซเชียลมีเดียเพื่อประโยชน์ ในปี 2559 ฮุน เซน อดีตนายกกัมพูชาเคยถูกกล่าวหาว่าซื้อยอดผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กจากต่างประเทศ ขณะที่คู่แข่งทางการเมืองมียอดผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจริงในกัมพูชาติดตามจำนวนมากกว่า อดีตนายกไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เผชิญข้อกล่าวหาคล้ายกัน 

เมื่อปี 2563 มีรายงานข่าวว่า กองทัพไทยสั่งให้เจ้าหน้าที่และบริษัทเอกชนไทยใช้โซเชียลมีเดีย โปรโมทวาระของกองทัพและโจมตีนักการเมืองฝั่งปฏิรูป จนถึงวันนี้ ไม่พบรายงานใดปรากฏว่า กองทัพจ้างบริการไอโอต่างชาติ อย่างไรก็ตาม การใช้โครงสร้างปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารต่างประเทศอาจเป็นการบังหน้าที่สมบูรณ์แบบ 

“เราต้องคอยตามดูสิ่งที่เพจเหล่านี้โพสต์ พวกเขาตั้งใจโปรโมทแนวคิดไหนเป็นพิเศษไหม” ยูกล่าว “อย่าด่วนสรุปว่า ผู้อยู่เบื้องหลังเป็นคนท้องถิ่นหรือว่ามาจากต่างประเทศ เพราะ ณ จุดนี้ เรายังบอกไม่ได้” 

โครงการทำข่าวชิ้นนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Internews

ณิชา เวชพานิช นักข่าวประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ติดตามประเด็นสังคมผ่านมุมมองด้านสิทธิและชีวิตผู้คน เธอเคยทำงานกับสำนักข่าวท้องถิ่นภายใต้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม

เคน จี เวเบอร์ เป็นนักข่าวสัญชาติไทย-ออสเตรีย เขารายงานเกี่ยวกับปัญหาที่ถูกมองข้ามในประเทศไทย งานเขียนของเขาได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงของคนในท้องถิ่นที่พยายามปกป้องสิทธิของตนเองและสิ่งแวดล้อม

More Features

Help support our journalism!
Your donation allows us to keep bringing you these important stories
Stay informed!

Get our latest stories direct to your inbox.