11 ปีคดีระเบิดศาลพระพรหม ศาลสั่งประหารชีวิต

คดีอาญาที่ยืดเยื้อที่สุดคดีหนึ่งของไทย ศาลตัดสินประหารชีวิตชายชาวอุยกูร์ 2 ราย จากเหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณปี 2558 ด้านทนายจำเลยชี้ให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันในรูปคดี ครอบครัวผู้เสียชีวิตเผย ยังคงคาใจ ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี

วิศรุต วีระโสภณ/HaRDstories
ผู้ต้องหาคดีระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ บิลาล โมฮำเหม็ดและยูซูฟู มีไรลี เดินทางไปรับฟังคำพิพากษาที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ภาพ : วิศรุต วีระโสภณ/HaRDstories

กรุงเทพฯ – ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาประหารชีวิตชายชาวจีนอุยกูร์ 2 ราย จากกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหม เอราวัณ เมื่อปี 2558

ในคดีอาญาที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุดคดีหนึ่งของไทย ศาลชั้นต้นตัดสินให้ บิลาล โมฮำเหม็ด (อีกชื่อหนึ่ง อาเด็ม คาราดั๊ก) และยูซูฟู มีไรลี มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจากเหตุระเบิดดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และได้รับบาดเจ็บ 126 ราย ใจกลางเมืองหลวง

เจ้าหน้าที่ทางการไทยและจีนระบุว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเป็นการแก้แค้นต่อการที่ทางการไทยส่งตัวชาวอุยกูร์กว่า 100 คนกลับประเทศจีนโดยบังคับ 

คำพิพากษาดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของพยานปากสำคัญกว่า 17 ปาก ซึ่งรวมถึงคนขับรถแท็กซี่ที่ระบุว่าตนเป็นผู้รับส่งผู้ต้องสงสัย พนักงานจำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ เจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่พบสารเคมีสามารถใช้ประกอบวัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้สืบสวนคดีนี้

โมฮำเหม็ด ยังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งสองคนถูกสั่งปรับคนละ 1,000 บาท ฐานครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และถูกศาลสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 1.5 ล้านบาทแก่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ด้านทนายจำเลยเตรียมยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาภายใน 30 วัน

แม้ว่าประเทศไทยจะยังคงมีโทษประหารชีวิต เป็นโทษสูงสุดของคดีอาญา แต่การบังคับใช้จริงนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก

 

ข้อกังขา

ภายหลังการอ่านคำพิพากษา มีไรลี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ประกอบระเบิด กล่าวขึ้นในห้องพิจารณาคดีที่เนืองแน่นไปด้วยผู้พิพากษา นักข่าวและผู้สังเกตการณ์ ด้วยภาษาไทยสำเนียงต่างชาติ

“ขอไว้อาลัยระบบยุติธรรมไทย ผมไม่ยอมรับคำพิพากษา ผมไม่เคยเห็นหลักฐานชัดเจน” เขากล่าว

ตลอดกระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนานนับสิบปี ทั้งมีเอไรลีและโมฮำเหม็ดได้ปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด พร้อมกล่าวอ้างว่า ถูกทรมาณให้รับสารภาพ คดีนี้ถูกพิจารณาโดยศาลทหารตั้งแต่ปี 2558-2562 ภายใต้คำสั่งพิเศษที่ประกาศใช้ในช่วงที่ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร (คสช.) ก่อนที่จะถูกโอนย้ายไปยังศาลพลเรือนในเดือนพฤศจิกายน 2562

คำตัดสินของศาลระบุว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้ถูกบังคับให้รับสารภาพในปี 2558 โดยอ้างอิงจากคำให้การของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาไทย-อังกฤษ และจากข้อเท็จจริงที่ว่าคดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ชูชาติ กันภัย ทนายความของจำเลย กล่าวว่า ศาลไม่ได้หยิบยกประเด็นที่จำเลยถูกควบคุมตัวในค่ายทหารหลังจากนั้นขึ้นมา

“จำเลยแจ้งต่อศาลว่าถูกทรมาน [ระหว่างอยู่ในการควบคุมตัว] ในศาลทหาร แต่ศาลไม่ได้ระบุเรื่องนี้ไว้ในคำตัดสิน” ชูชาติกล่าว

เขาเสริมว่า คำรับสารภาพอาจถูกปั้นแต่งหรือดัดแปลงได้ โดยชี้ให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องในขั้นตอนการแปลภาษา “ล่ามในการพิจารณาคดีของศาลทหารอ้างว่าใช้เวลาเพียง 45 นาที [ในการแปลคำรับสารภาพ] แต่ [เอกสาร] มีความยาวถึง 8 หน้า ล่ามใช้เวลาแปลหน้าละ 8 นาที – สมเหตุสมผลหรือไม่”

ชายทั้งสองคนถูกควบคุมตัวในค่ายทหาร (มณฑลทหารบกที่ 11 กรุงเทพฯ) เป็นเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษ ก่อนที่จะถูกโอนย้ายมายังสถานที่ควบคุมตัวพลเรือนในช่วงต้นปี 2568 และในเดือนสิงหาคม 2568 คณะทำงานด้านการกักขังโดยพลการของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (WGAD) ได้ลงความเห็นว่าการควบคุมตัวมีไรลีและโมฮำเหม็ด เป็นการกระทำโดยพลการและเลือกปฏิบัติ โดยมีสาเหตุมาจากชาติพันธุ์อุยกูร์ของพวกเขา

 

ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังคงรอคอยคำตอบ

สำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิตบางส่วน คำพิพากษานำมาซึ่งความรู้สึกที่หลากหลายและคำถามที่ยังคงค้างคาใจ

“มันผ่านมาสิบปีแล้ว เห็นข่าวขึ้นมาก็สะเทือนใจ” สำราญ เร่งงาน กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ HaRDstories ภรรยาของเขา ปราณี เร่งงาน (อีกนามสกุล สีสุวะ) พนักงานบริษัท ได้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในครั้งนั้น

สำราญและครอบครัวของผู้สูญเสียรายอื่นๆ ไม่ได้รับการแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมโดยตรงจากเจ้าหน้าที่และอาศัยตามข่าวจากสื่อมวลชน เขายังคงคาใจว่า ชายชาวอุยกูร์เป็นเพียงแพะรับบาปของเครือข่ายอาชญากรรมที่ใหญ่กว่าหรือไม่

“ทุกอย่างยังคงไม่ชัดเจน ผมอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทำให้คดีนี้มีความชัดเจน” สำราญกล่าว “ชีวิตประจำวันเราทำงานเหมือนเป็นปกติ แต่มันเป็นตราที่อยู่ในใจตลอดเวลา เขาทำอะไร ทำไมถึงเกิดได้ ผมยังหาคำตอบไม่ได้”

Other news

Help support our journalism!
Your donation allows us to keep bringing you these important stories
Stay informed!

Get our latest stories direct to your inbox.