ป่าชายเลนคาร์บอนเครดิต ใต้ความกังวลฟอกเขียว

เรือประมงพื้นบ้านวิ่งฝ่าสายน้ำที่ตัดผ่านป่าชายเลนในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง ภาพ : ลูค ดุกเกิลบี/HaRDstories

ไทยเตรียมนำป่าชายเลนห้าแสนไร่เข้าตลาดคาร์บอน ท่ามกลางความกังวลของชุมชนถึงผลกระทบ

 

วัชรา คุ้มภัย หรือที่คนแถวนั้นเรียกกันติดปากว่า “โกลา”​ (‘โก’ ในภาษาจีนแปลว่าพี่ชาย) มักสวมรองเท้าบูทเกือบตลอดเวลา ย่ำเท้าบนเลนชื้นแฉะในป่าชายเลนภาคใต้ แทรกตัวผ่านรากอากาศของต้นโกงกางที่กางขาเก้งก้างเหมือนกับหนวดหมึก

เขาเคยเป็นเสมียนบริษัทเหมืองดีบุก พ่วงหารายได้เสริมด้วยการเป็นพ่อค้าคนกลาง รับบริการจัดหาไม้ป่าชายเลนไปทำใช้ประโยชน์​  เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวการตัดไม้ทำลายป่าในระนอง จนกระทั่งปี 2534 ประเทศไทยยกเลิกสัมปทานการทำเหมืองและฟืนในป่าชายเลน วันนี้ ชายร่างเล็กอายุ 68 ทุ่มเทเวลาฟื้นฟูปกป้องระบบนิเวศอันสำคัญแห่งนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายที่รัฐบาลไทยตั้งไว้ว่า จะพลิกฟื้นผืนป่าชายเลน 500,000 ไร่ เพื่อประโยชน์ทางคาร์บอนเครดิตให้ได้ภายในปี 2574

มีนาคม  2566 ตำบลบางริ้น บ้านของโกลาเข้าร่วมโครงการ “ป่าชายเลนคาร์บอนเครดิตชุมชน” นับเป็นหนึ่งในชุมชนกลุ่มแรกจากทั้งหมด 98 แห่ง กลุ่มอนุรักษ์ต.บางริ้นดูแลป่าชายเลนที่กระจายตัวอยู่ในสามหมู่บ้าน โดยได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ 1,881 ไร่ในโครงการคาร์บอนเครดิต

“โครงการถือว่าดีเพราะก่อนหน้านี้ชาวบ้านไม่ได้เงินอะไรจากการอนุรักษ์ป่า ตอนนี้ก็ได้เงินมาทำงาน” โกลาว่า

เมืองไทยเปิดให้สัมปทานป่าชายเลนกว่าสามสิบปี ต้นโกงกางถูกตัดไปทำฟืนใช้หุงต้ม ป่าชายเลนถูกถางเพื่อเปิดพื้นที่ทำเหมืองดีบุกกับนากุ้ง หลังจากรัฐบาลยกเลิกสัมปทาน โกลาและชาวบ้านในพื้นที่รอบข้างจึงเริ่มเพาะต้นกล้าและปลูกป่า

ทว่าห่างออกไปเพียง 60 กิโลเมตร รัฐบาลไทยกำลังเตรียมสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ชายฝั่งอันดามัน ท่าเรือจะเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์หกเลนระยะทาง 90 กิโลเมตรที่ทอดตัวไปถึงท่าเรือน้ำลึกอีกฟากชายฝั่งอ่าวไทย โครงการ “แลนด์บริดจ์” จะเป็นเส้นทางขนสินค้าที่ย่นระยะทางการขนส่งทางทะเลเดิมซึ่งต้องอ้อมผ่านแหลมมะละกา นับเป็นกุญแจชิ้นสำคัญของรัฐบาลไทยที่จะเปลี่ยนภาคใต้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม

นักอนุรักษ์จำนวนหนึ่งกังวลว่า แผนฟื้นฟูป่าชายเลน รวมถึงภาคใต้จะถูกบริษัทผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ปรับแต่งใช้เป็นส่วนหนึ่งในการฟอกเขียวธุรกิจ – สร้างภาพลักษณ์ว่ารับผิดชอบช่วยลดโลกร้อนแล้ว แต่ว่ากระบวนการผลิตที่ปล่อยมลพิษยังดำเนินไปเช่นเดิม

ระหว่างที่ทั่วโลกกำลังมีกระแสเรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในเมืองไทย หลายคนก็ไม่แน่ใจในประสิทธิภาพตลาดคาร์บอนเครดิตนัก ว่าจะสร้างแรงจูงใจให้บรรดาธุรกิจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตได้มากน้อยแค่ไหน

ป่าชายเลนเพื่อตลาดคาร์บอน

ประเทศไทยเริ่มดำเนินการตลาดคาร์บอนเพื่อซื้อ-ขายในประเทศ โดยเป็นภาคสมัครใจเมื่อปี 2558 เป็นปีเดียวกันกับที่นานาชาติลงนามรับข้อตกลงปารีส เพื่อหาทางซื้อ-ขายคาร์บอนระหว่างประเทศ

แต่ข้อตกลงดังกล่าวก็หาข้อสรุปไม่ได้ จนกระทั่งหกปีต่อมา การประชุมสุดยอดผู้นำเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เมืองกลาสโกลว์ สหราชอาณาจักรได้สรุปแนวปฏิบัติของข้อตกลงปารีส เพื่อกำหนดแนวทางซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตข้ามประเทศ ในเวทีประชุมเดียวกันนี้ ประเทศไทยยังได้ประกาศเป้าหมายว่าจะบรรลุเน็ตซีโร่ (การปล่อยและหักลบก๊าซเรือนกระจกสมดุลกันพอดีเหลือศูนย์) ในปี 2608

ตามนโยบายปัจจุบัน ป่าจะเป็นภาคส่วนสำคัญที่ช่วยพาไทยให้ไปถึงฝัน โดยคาดว่าจะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) 120 ล้านตันภายในปี 2580 งานวิจัยหลายชิ้นยังเผยว่าป่าชายเลนมีศักยภาพดูดซับ CO2 มากกว่าป่าบกเขตร้อนสามถึงห้าเท่า ป่าชายเลน ซึ่งพบมากตามชายฝั่งทะเลใต้จึงเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนสำคัญของไทย

“ป่าชายเลนเติบโตได้ดีในสภาพอากาศบ้านเรา แถมยังขยายออกได้เรื่อยๆ ขณะที่ป่าบกมีพื้นที่จำกัด” ดร.ชวลิต เจริญพงษ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว  “ป่าชายเลนจะกักเก็บคาร์บอนไว้ในลำต้นและดินตะกอน” เขาเสริมว่า “พูดได้ว่าประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพในบลูคาร์บอน”

ปี 2565 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดตัวโครงการปลูกป่าชายเลน โดยเชิญชวนให้บริษัทเอกชน ซึ่งรวมถึงบริษัทด้านปิโตรเลียม มาร่วมลงทุนปลูกกล้าและดูแลป่าเพื่อได้คาร์บอนเครดิต ปีถัดมา ทช.นำเสนออีกหนึ่งโครงการคือ โครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชน เพื่อชวนชุมชนชายฝั่งที่เป็นคนด่านหน้าในการดูแลป่าเข้ามามีส่วนร่วม โดยใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนที่โตเต็มที่แล้วในพื้นที่

โครงการสนับสนุนให้บริษัทเอกชนลงทุนในกระบวนการประเมินคาร์บอนเครดิตและให้ทุนสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ภายในชุมชน แลกกับการที่ชุมชนทำหน้าที่ปกป้องและฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นเวลา 30 ปี โดยได้ค่าตอบแทน 450 บาท/ไร่ในปีแรกและ 200 บาท/ไร่ในปีถัดมา

เมื่อลองนึกภาพตาม…ตัวอย่างเช่น กลุ่มอนุรักษ์บ้านบางริ้นส่งป่าชายเลนเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิต 1,881 ไร่ ก็จะได้เงินเฉลี่ยปีละ 391,875 บาทต่อเนื่อง 30 ปี นอกจากนี้ กลุ่มอนุรักษ์ยังได้เงิน 200,000 บาทอีกก้อนหนึ่งตอนเซ็นสัญญา สำหรับใช้ในกิจกรรมพัฒนาชุมชน

ป่าชายเลนในไทย อ้างอิงข้อมูลจาก UNEP-WCMC แผนที่โดยเอมิลี ลางเกอดอ

แต่นักอนุรักษ์กล่าวว่า แผนดังกล่าวเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ซึ่งเป็น “คนนอก” เข้ามาตักตวงผลประโยชน์จากป่าชายเลนที่สมบูรณ์อยู่แล้ว เนื่องจากชุมชนดูแลรักษามาหลายปี ใช้ฟอกเขียว

ที่ผ่านมา การปกป้องป่าชายเลนในไทยเป็นภารกิจแห่งความขัดแย้ง ปี 2536 พีระศักดิ์ อดิศรประเสริฐ เจ้าหน้าป่าไม้ระนองถูกยิงเสียชีวิตโดยผู้มีอิทธิพลในท้องที่ ซึ่งบุกรุกป่าเพื่อทำนากุ้ง วันนี้ ผืนป่าส่วนที่ได้รับขนานนามว่า “ป่าพีระศักดิ์” ได้รวมเป็นส่วนหนึ่งของป่าคาร์บอนเครดิตที่บางริ้น

ทช.เผยว่า มีชุมชนชายฝั่งสนใจเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้สื่อข่าวได้ดูเอกสารสัญญาที่ชุมชนเซ็นกับบริษัทเอกชน พบว่าชุมชนจะได้ส่วนแบ่งคาร์บอนเครดิตคำนวณจากป่าชายเลนในโครงการ 20% ขณะที่ทช.จะได้ 10% และบริษัทเอกชนจะได้ส่วนที่เหลือ 70%

ชวลิตร นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเผยว่า การประเมินและติดตามการดูดซับคาร์บอนยังเป็นเรื่องท้าทายที่ต้องใช้องค์ความรู้ทางเทคนิค แต่เขาเชื่อว่า ผู้เชี่ยวชาญและภาครัฐสามารถช่วยส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนเหล่านี้ได้มากขึ้น

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีทช.เผยว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีป่าชายเลนขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต 215,348 ไร่ โครงการกำลังดำเนินการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิตเพื่อใช้เป็นสกุลสำหรับหักลบการปล่อยก๊าซและแลกเปลี่ยน ระหว่างนี้ ทช.ได้เพิ่มเป้าหมายนำป่าชายเลนเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นสองเท่า

สัดส่วนใช้ป่าที่เป็นธรรม

มือขยับเร่งเครื่องยนตร์เรือแข่งกับเวลาน้ำลด บ่าว นิ่งระวี ออกไปเก็บลอบดักปูที่วางดักไว้วันก่อนในป่าชายเลนบ้านท่าฉาง จ.ระนอง ชายหนุ่มร่างผอมหาปูดำจากป่าชายเลนส่งขายเลี้ยงลูกสี่คน ซึ่งต่างไม่มีสัญชาติไทยเหมือนกับผู้เป็นพ่อ ครอบครัวบ่าวเข้าไม่ถึงสิทธิพื้นฐานต่างๆ เช่น หางานที่ระบุว่าต้องมีบัตรประชาชน บ่าวไม่มีทางเลือกทำมาหากินมาก นอกจากดักปูขาย

กับดักทรงสี่เหลี่ยมที่คลุมด้วยตะข่ายว่างเปล่า แต่บ่าวบอกว่า ถึงงานจะหนัก รายได้ไม่แน่นอน เขาก็พอใจเพราะหักค่าน้ำมันแล้ว ยังได้เงินประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน มากกว่าไปรับจ้างก่อสร้างได้ค่าแรงขั้นต่ำ

โครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชนเพื่อคาร์บอนเครดิตระบุว่า “สมาชิกชุมชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ เก็บหาของป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยไม่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่”

อย่างไรก็ตาม ภาษาอันกำกวมก็ทำบ่าวกับใครหลายคนที่อาศัยป่าชายเลนเป็นตู้กับข้าวและวิถีชีวิตอดกังวลไม่ได้ ชาวบ้านหลายคนที่ระนอง ซึ่งห่างจากเมียนมาเพียงนิดเดียว ไม่มีสัญชาติไทย

ชาวบ้านบางคนยังคงตัดไม้จากป่าชายเลนใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ทำส่วนเสริมบ้านหรือทำอุปกรณ์ประมง เช่น ลานตากปลา “ชุมชนพิสูจน์แล้วว่าเราใช้ไม้ตามมิติวัฒนธรรม แต่ป่าไม่หมด”  พิเชษฐ์ ปานดำ หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์ชุมชนในจ.ภูเก็ตกล่าว “ถ้าโครงการคาร์บอนเครดิตเข้ามา มันโฟกัสไปที่ตัวต้นไม้ เอาต้นไม้ไปคำนวณคาร์บอนเครดิต พูดง่ายๆ คือเราแตะต้นไม้ไม่ได้แน่ๆ จะกลายเป็นความผิด”

มิถุนายน 2566 พิเชษฐ์เจอชื่อชุมชนบ้านเขา “บางโรง จ.ภูเก็ต” ปรากฏอยู่ในรายชื่อชุมชนป่าชายเลนโครงการคาร์บอนเครดิต โดยไม่ได้มีการปรึกษาหารือล่วงหน้า เขากับสมาชิกชุมชนส่วนหนึ่งไม่แน่ใจว่าการทำป่าชายเลนเป็นสินค้าขึ้นมานั้นจะนำผลด้านลบมาให้ชุมชนอย่างไรบ้าง จึงถอนชื่อออกจากโครงการ

ชุมชนหลายพื้นที่ยังกังวลว่า โครงการคาร์บอนเจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงความขัดแย้งเรื่องที่ดินกับหน่วยงานอนุรักษ์ ประเทศไทยได้ประกาศฟื้นฟูพื้นที่ป่าทั่วประเทศ นำไปสู่ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าโดยภาครัฐและประกาศเป็นพื้นที่ป่าชายเลนคาร์บอนเครดิตในเวลาต่อมา เอ็นจีโอกล่าวว่า พบกรณีเจ้าของนากุ้งถูกกล่าวหาว่าเป็นนายทุนบุกรุกป่าชายเลนและโดนภาครัฐเข้ายึดพื้นที่

ฟอกเขียวหรือวิน-วิน?

วันนี้ รัฐสภาไทยกำลังเตรียมผ่านพ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับแรกของประเทศ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกทางกฎหมายเพื่อรองรับตลาดคาร์บอนเครดิตที่กำลังมาแรง

ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะรองรับให้คาร์บอนเครดิตเป็นกลไกเพื่อรับมือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากร่างฉบับล่าสุด บริษัทสามารถใช้เครดิตตังกล่าวหักลบ 15% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมทางธุรกิจได้ เป็นการเปิดให้ธุรกิจสามารถซื้อเครดิตได้ หากไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ในกระบวนการผลิตได้ทั้งหมด

แนวทางดังกล่าวจุดไฟการถกเถียงว่า ไทยควรใช้แนวทางลดโลกร้อนแบบอิงกลไกตลาดหรือไม่ อย่างไร ขณะที่ฝ่ายเชียร์เชื่อว่า คาร์บอนเครดิตจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปได้จริง กลุ่มที่เฝ้าติดตามกลไกนี้เตือนว่า อาจเปิดให้ผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ใช้ฟอกเขียว

“คาร์บอนเครดิตเป็นการเบี่ยงประเด็นจากการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่แท้จริง” พิเชษฐ์กล่าว เขาเกรงว่ากลไกนี้จะเบี่ยงเบนความรับผิดชอบของธุรกิจ “ถ้าชุมชนเข้าร่วมรูปแบบโครงการฉ้อฉลแบบนี้ นั้นหมายความว่า เราเองก็คือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฉ้อฉลนี้ ในรูปแบบผู้รับจ้างล้างบาปปลูกต้นไม้”

ฮาร์ดสตอรี่ติดต่อบริษัทเอกชนในโครงการป่าชายเลนชุมชนเพื่อคาร์บอนเครดิตเพื่อสัมภาษณ์ แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ

ร่างพ.ร.บ.โลกร้อนมีกำหนดผ่านเข้าสู่การพิจารณาในสภาภายในสิ้นปีนี้ ไล่เลี่ยกับช่วงเวลาผ่านร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ซึ่งส่งเสริมโครงการแลนด์บริดจ์และการขยายตัวของอุตสาหกรรมในภาคใต้

ปิ่นสักก์จากทช.กล่าวว่า ชุมชนเลือกสามารถเลือกได้ว่าสนใจเข้าร่วมโครงการป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิตหรือไม่ นอกจากนั้น เขาเชื่อว่าคาร์บอนเครดิตนั้นให้คุณมากกว่าโทษ

“รัฐได้ป่าที่สมบูรณ์ โดยไม่ต้องเสียงบประมาณ ชุมชนใช้หาสัตว์น้ำได้และได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพิ่ม เอกชนก็ได้คาร์บอนเครดิต” เขากล่าว “ผมมองว่ามันก็เป็นกลไกที่มันวิน-วิน”

งานข่าวชิ้นนี้ผลิตโดยได้รับการสนับสนุนจาก Pulitzer Center บทความฉบับแรกเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ Dialogue Earth

ณิชา เวชพานิช นักข่าวประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ติดตามประเด็นสังคมผ่านมุมมองด้านสิทธิและชีวิตผู้คน เธอเคยทำงานกับสำนักข่าวท้องถิ่นภายใต้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม

ลูค ดักเกิลบี เป็นช่างภาพชาวอังกฤษประจำกรุงเทพฯ คอยติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ผลกระทบจากมลพิษและการพัฒนาต่อชุมชนท้องถิ่นสม่ำเสมอ

More Features

Help support our journalism!
Your donation allows us to keep bringing you these important stories
Stay informed!

Get our latest stories direct to your inbox.