อดีตพนักงานยานภัณฑ์อดอาหารเรียกร้องความเป็นธรรมเข้าสัปดาห์ที่สาม
อดอาหารเข้าสัปดาห์ที่สาม พนักงานหญิงโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 6 รายอดอาหารประท้วง ร้องนายจ้างชดเชย – รัฐช่วยสำรองเงิน หลังหลายร้อยชีวิตถูกปลดกระทันหัน
- Published
- 3 min read
กรุงเทพฯ- ในเต้นท์ผ้าใบที่สร้างขึ้นชั่วคราว ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล มาลี เตวิชาน นอนบนพื้นปูผ้าใบสีน้ำเงินระหว่างอดอาหารเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ถึงแม้สีหน้าจะซีดเซียว เธอชูกำปั้นอย่างมุ่งมั่น ทักทายสหายผู้มาเยือน
ในฐานะประธานสหภาพชิ้นส่วนยานยนต์บริษัทยานภัณฑ์ มาลีเป็นพนักงานคนแรกที่เริ่มต้นอดอาหารตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม หลังโดนเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม พนักงานหญิงฝ่ายผลิตอีกห้าคนทยอยอดอาหารตาม โดยมีเพื่อนร่วมงานอีกหลายร้อยคนผลัดมาปักหลักชุมนุม ระหว่างบางส่วนไปรับจ้างรายวันเพื่อหารายได้
บริษัทยานภัณฑ์ ผลิตท่อไอเสียและขาคลัตช์ให้กับบริษัทรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นโตโยต้าและอีซูซุ มีฐานการผลิตหลักที่จ.สมุทรปราการ บริษัทประกาศเลิกจ้างพนักงาน 859 รายกระทันหันตอนพฤศจิกายน 2567 โดยให้เหตุผลว่า มีหนี้สะสมจากพิษเศรษฐกิจ เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ซบเซาโควิด 19
“พนักงานฝ่ายผลิตแบบเรา หรือเจ้าหน้าที่บัญชีก็โดนปลดหมด” มาลี (42 ปี) ให้สัมภาษณ์ฮาร์ดสตอรี่ตอนเดือนมกราคมระหว่างการปักหลักชุมนุมหน้าโรงงาน วันนี้ เข้าสู่สัปดาห์ที่สามของการอดอาหาร เธอเป็นล้มเนื่องจากอากาศร้อน และไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ “ลำบากทุกคน บางคนก็เป็นซึมเศร้า บางคนไม่มีเงินจ่ายค่าห้องพักแล้ว”
เร่งรัฐเบิกงบกลาง-ช่วยสำรอง
วิมล ห่วงไธสง อายุ 54 ปี เขาคิดว่าจะทำงานที่ยานภัณฑ์จนเกษียณ แต่พอรู้ตัวว่าโดนปลด ก็พอมีแผนสำรองอยู่ เขาหวังว่าจะนำเงินชดเชย 170,000 บาทที่ควรจะได้รับจากการเลิกจ้างกระทันหันตามกฎหมายแรงงาน ไปเริ่มธุรกิจปลูกไผ่ ขายหน่อไม้ที่บ้านที่อีสาน
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 ระบุว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยจากการเลิกจ้างโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า โดยจำนวนเงินคำนวณจากจำนวนปีที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม บ.ยานภัณฑ์ยังไม่ได้จ่ายชดเชยพนักงานกว่าแปดร้อยราย รวมเป็นเงิน 250 ล้านบาท ถึงแม้จะให้สัญญาจะผ่อนจ่ายก่อนหน้านี้ จนกระทั่งถูกประกาศว่าบริษัทล้มละลาย
“ผมสั่งฟางมาร้อยก้อนเตรียมปลูกไผ่ขายหน่อไม้ แต่ตอนนี้ก็ตั้งไว้อย่างนั้น” วิมลว่า “สิ่งที่นายจ้างทำกับเราเรียกว่าอาชญกรรมทางเศรษฐกิจได้ไหม”
วันนี้ วิมลอยู่ได้ด้วยเงินทดแทนระหว่างการว่างงานจากประกันสังคม ซึ่งให้ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างเป็นเวลาหกเดือน ตอนนี้เขาเหลือสิทธิอีกแค่สองเดือน ยิ่งโรงงานส่วนใหญ่เปิดรับพนักงานอายุต่ำกว่า 40 ทำให้วิมลและเพื่อนร่วมงานต่างกังวลเรื่องอนาคต
อดีตพนักงานยานภัณฑ์เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแทรกแซง โดยเบิกงบกลาง เพื่อสำรองเงินชดเชยจำนวนนี้ที่นายจ้างไม่จ่าย เพื่อช่วยพนักงานให้ผ่านช่วงเวลายากลำบาก ที่ผ่านมา มีหลายกรณีพนักงานโรงงานโดนเลิกจ้างแล้วนายจ้างไม่จ่ายชดเชยเป็นเวลาหลายปี ทั้งนี้ หากศาลยึดทรัพย์สินจากนายจ้างขายทอดตลาดแล้วก็สามารถนำเงินมาคืนรัฐได้
อย่างไรก็ตาม การเบิกงบประมาณจากรัฐไม่ใช่เรื่องง่าย หน่วยงานรัฐแปดแห่งที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาและส่งความเห็นเข้าการประชุมครม.เพื่ออนุมัติ
“การประสานงานหน่วยงานแปดแห่งใช้เวลา ผมสัญญาไม่ได้ว่าจะได้รับคำตอบวันนี้หรือพรุ่งนี้ทันที” อารี ไกรนรา เลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน บอกกับผู้ชุมนุมที่รอคำตอบเรื่องงบกลาง ปลายเดือนมีนาคม โดยให้สัญญาว่าครม.จะประชุมเรื่องนี้ในวันที่ 9 เมษายน
บริษัทชิ่งหนีหลายกรณี
ปัญหาพนักงานโดนเลิกจ้างแล้วไม่ได้รับเงินชดเชยพบได้หลากรณีในไทย ตั้งแต่ปี 2562 มีพนักงานกว่า 1,500 คนจากโรงงานทอผ้าสามแห่งที่ประสบสภาวะคล้ายกับพนักงานยานภัณฑ์ หนึ่งในนั้นคือบ.บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) ผู้ผลิตชุดชั้นในแบรนด์วิคตอเรีย ซีเคร็ท ซึ่งนายจ้างสัญชาติมาเลเซียได้หนี พร้อมขนย้ายเครื่องจักรออกนอกประเทศ ทำให้รัฐบาลไม่อาจยึดทรัพย์สินขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชดเชยพนักงานได้
อดีตพนักงานโรงงานทอผ้ามาร่วมเรียกร้องกับพนักงานชิ้นส่วนรถยนต์ ขอให้ตั้ง “กองทุนประกันความเสี่ยงการเลิกจ้าง” เพื่อให้นายจ้างนำเงินใส่ในกองทุนตอนที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่ พนักงานจะได้มีหลักประกันว่าจะได้เงินชดเชย เมื่อเกิดเหตุเลิกจ้างไม่เป็นธรรมใดๆ
สหภาพแรงงานและองค์กรแรงงาน 103 แห่งได้ร่วมเรียกร้องเรื่องนี้
“ประเทศไทยต้องเปลี่ยนมุมมองเรื่องนี้ ให้นายจ้างต้องแสดงความรับผิดชอบได้ แรงงานควรได้รับเงินชดเชยโดยไม่ต้องมีใครมาอดอาหารประท้วง” วิมลกล่าว “ไม่มีใครควรจะมีพนักงานที่โดนปลดอย่างไม่เป็นธรรมต้องมาเรียกร้องแบบที่เราทำอยู่”
