Search
Close this search box.

แรงงานเรียกร้อง “เม้นส์มาลาได้”

ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะคุยกันมากขึ้นเรื่องประจำเดือนและผ้าอนามัยควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่กฎหมายไทยยังไม่ระบุถึงวันลางานช่วงเป็นประจำเดือน

ภาพ: กลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรม

เชียงใหม่ – นักกิจกรรมสิทธิทางเพศในไทยยื่นข้อเสนอ “วันลางานช่วงเป็นประจำเดือน” ต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุนกว่าสองพันรายชื่อทั่วประเทศและเครือข่ายสิบเก้าองค์กร

26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสวันยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง กลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรม (กญธ.) เครือข่ายแรงงานที่ทำงานเรื่องคุณภาพชีวิตของแรงงานหญิง ได้ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ข้อเรียกร้องทั้งสี่ ได้แก่ 1. ขอให้กำหนดวันหยุดโดยได้รับค่าจ้างให้กับคนทำงานทุกคนในวันที่เป็นประจำเดือน 2. ขอให้รัฐจัดให้มีผ้าอนามัยแจกฟรีทั่วประเทศ 3. ขอให้รัฐจัดสวัสดิการให้กับเด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยโดยไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและสถานะ 4. ขอให้รัฐจัดให้มีพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงทางเพศในครอบครัวและสถานที่ทำงาน 

 

กฎหมายไทยไม่ระบุถึงวันลางานช่วงประจำเดือน

ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะคุยกันมากขึ้นเรื่องประจำเดือนและผ้าอนามัยควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน กฎหมายแรงงานไทยยังไม่มีการระบุถึงวันหยุดงานช่วงเป็นประจำเดือน ตัวแทนจากกลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรมเผยว่า เวทีเสวนาและการยื่นหนังสือวันนั้น เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานรับข้อเรียกร้องและเสนอให้ผู้ที่ต้องการหยุดช่วงเป็นประจำเดือนใช้สิทธิลาป่วย 

“ผู้หญิงต้องผ่านการมีประจำเดือนทุกเดือน จึงควรมีสิทธิลาหยุดโดยไม่นับรวมกับวันลาป่วย” ตัวแทนสมาชิกสาวจากกญธ.กล่าว โดยขอให้ไม่เปิดเผยชื่อ เธออธิบายว่าคนงานในเชียงใหม่และจังหวัดภาคเหนือในภาคเกษตรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนพื้นเมืองและแรงงานข้ามชาติ เพราะต้องทำงานในสวนทั้งวัน บางครั้งช่วงเป็นประจำเดือนบางรายมีอาการไม่สบายมากจนเป็นลม

ตามกฎหมายแรงงานไทย แรงงานสามารถลาป่วยได้ 30 วันต่อปีโดยได้รับค่าจ้าง กฎหมายยังระบุว่าวันลาหยุดเพื่อไปทำหมันสามารถนับรวมในสามสิบวันนี้ได้ ส่วนวันลาคลอดนั้นนับแยกออกไป

 

เมืองไทยตามหลังเพื่อนบ้าน

หลายประเทศในเอเชียมีนโยบายเกี่ยวกับวันลาหยุดช่วงเป็นประจำเดือนโดยได้รับค่าจ้าง อินโดนีเซียเริ่มต้นมีนโยบายนี้เมื่อปี 2491 โดยคนทำงานสามารถลาช่วงสองวันแรกของรอบเดือนได้ อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงกฎหมายตอนปี 2546 ได้ลดทอนการบังคับใช้กฎหมายและถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหลือเพียงการเจรจาต่อรองระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ที่เวียดนาม แรงงานสามารถหยุดได้สามวันต่อเดือนช่วงเป็นประจำเดือนและผู้ที่ไม่ต้องการใช้สิทธินี้ สามารถได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม ทว่านักรณรงค์เรื่องเพศบางคนกังวลว่าการมีวันลาหยุดช่วงเป็นประจำเดือนจะยิ่งทำให้เกิดการเหมารวมทางเพศ

ข้อเรียกร้องของกลุ่มแรงงานหญิงทางเหนือสอดคล้องกับกิจกรรมที่กรุงเทพฯ นิทรรศการ “เลือดเดือน” (Moon Blood Festival) ที่ร้านกาแฟ Day/DM café เยาวราช นำเสนอเรื่องการมีประจำเดือนในมุมมองที่หลายคนอาจไม่ได้นึกถึง ประติมา รักษาชนม์ นักเพศวิทยาและเจ้าของร้าน ระบุเพศสถานะตัวเองว่านอน-ไบนารี่ (non-binary) เรียกร้องให้ทลายมายาอคติเรื่องประจำเดือนและภาพจำว่าเป็นแค่เรื่องของผู้หญิง

“เรารู้สึกกระอักกระอ่วนทุกครั้งเวลาซื้อผ้าอนามัยในห่อสีชมพูจ๋าหรือดูผู้หญิงมากๆ มีผู้มีความหลากหลายทางเพศหลายสถานะที่มีประจำเดือนเหมือนกัน นี้ยังไม่นับว่าการมีเประจำเดือนก็ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกและการปฏิบัติต่อคนรอบข้างด้วย” ประติมาอธิบาย

นิทรรศการจัดแสดงงานศิลปะ เช่น กล่องผ้าอนามัยที่ทำเพื่อทรานส์แมนและนอน-ไบนารี่ โดยเปิดจัดแสดงวันฮาโลวีนเพื่อเล่นกับคำว่า “เลือด” ตั้งแต่ 31 ตุลาคมถึง 30 ธันวาคม