Search
Close this search box.

ทำแท้งในต่างแดน: แรงงานข้ามชาติทำอย่างไรเมื่อต้องการยุติตั้งครรภ์

สาวชาวมอญจากเมียนมาเล่นโทรศัพท์บนชานบ้านที่ใช้เป็นครัว ชานบ้านไม้นี้ทอดต่อจากห้องพักลงไปในดินเลนริมแม่น้ำที่มีขยะปนเปื้อน จ.สมุทรสาคร ภาพ : ชเว ปอว์ เมียะ ติน/HaRDstories

แม้การทำแท้งจะถูกกฎหมายในไทย แต่แรงงานข้ามชาติสาวยังเผชิญอุปสรรคเข้าไม่ถึง เครือข่ายอาสาในมหาชัยรวมตัวส่งต่อช่องทางทำแท้งอย่างปลอดภัยและราคาเอื้อมถึง ด้วยหลักการรักษาความลับให้ผู้หญิง

 

ณ ห้องเช่าขนาดเล็ก เพียงสาวเท้าห้าก้าวจากหน้าประตูก็ถึงปลายห้อง หลักฐานที่บ่งบอกการมีตัวตนในต่างแดนของมา มี มีกับสามีจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ฟูกที่นอนวางอยู่ปลายห้องด้านหนึ่งไม่ไกลจากเตาแก๊สปิกนิก บ่งบอกพื้นที่ห้องครัว ที่มุมเล็กๆ มุมหนึ่ง เปลเด็กสีชมพูตั้งอยู่หน้ากระดาษโปสเตอร์รูปพระพุทธเจ้าติดผนังสีสันสดใส

มา มี มี (นามสมมุติ) เตรียมข้าวของรับลูกคนที่สาม แต่ว่าก่อนมาถึงจุดนี้นั้น ปีก่อน เธอผ่านการตัดสินใจครั้งสำคัญ คือการทำแท้ง

“จริงๆ ก็ไม่ได้อยากทำ กลัว แล้วยังไงนั่นก็เป็นลูกเรา” หญิงสาวชาวมอญวัย 32 ว่า “แต่พวกเราติดหนี้และต้องใช้เงินก้อนต่ออายุพาสปอร์ตของฉัน”​ 

มา มี มี คือหนึ่งในแรงงานข้ามชาตินับล้านคนที่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในมหาชัย เมืองอุตสาหกรรมทางตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งหลายคนพากันเรียกเล่นว่า “เมียนมาทาวน์” ระหว่างทำงานอยู่ในโรงงานแปรรูปปลา หญิงสาวจากหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนใต้ของพม่าพบว่าตัวเองท้อง ตอนที่ไปตรวจสุขภาพเพื่อต่ออายุพาสปอร์ตกลางปี 2565

ค่าฝากครรภ์ ค่าทำคลอด ยังไม่นับค่าเลี้ยงลูก คุณแม่ชาวมอญลูกสองไม่อาจรับภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตพร้อมกับค่าใช้จ่ายต่ออายุพาสปอร์ตได้ เลยตัดสินใจทำแท้ง ประเทศไทยแก้ไขกฎหมายอาญา อนุญาตให้หญิงที่อายุครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์ทำแท้งได้ถูกกฎหมาย ทว่าแรงงานข้ามชาติหลายคนไม่รู้ถึงสิทธิดังกล่าวหรือไม่พร้อมจ่ายเงินจำนวนนี้

เพื่อลดช่องว่างระหว่างกฎหมายกับโลกของความเป็นจริง เครือข่ายอาสาสมัครในมหาชัยช่วยแรงงานข้ามชาติหญิงก้าวข้ามข้อจำกัด เข้าถึงบริการทำแท้งบนหลักการรักษาความลับให้ผู้หญิง พวกเขาเชื่อว่าสุขภาพทางเพศนั้นเป็นเรื่องคุยได้ และเป็นเรื่องยิ่งต้องคุยในประเทศที่มีแรงงานข้ามชาติหญิงในวัยเจริญพันธุ์มากกว่า 1.4 ล้านคน

‘ทำได้’ ไม่ได้แปลว่า ‘ได้ทำ’

ที่เมียนมา ประเทศบ้านเกิดของมา มี มี การทำแท้งยังเป็นเรื่องต้องห้าม ต้องห้ามทั้งทางกฎหมายและการยอมรับจากสังคม หญิงชาวมอญเคยได้ยินเรื่องของคนที่พยายามทำแท้งด้วยตนเอง ไม่ว่าจะนวดท้องอย่างรุนแรงหรือสอดใส่วัตถุปลายแหลม ต่างเสี่ยงทำให้มดลูกติดเชื้อหรือเสียชีวิตได้

มา มี มี ไม่อยากเสี่ยง แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะมีตัวเลือกอื่น จนกระทั่ง เพื่อนร่วมงานในโรงงานบอกเธอเรื่องคลินิกให้บริการยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัยในมหาชัย

นอว์ วา วา ใช้เวลาว่างจากงานประจำที่โรงงานทำงานกับสมาคมพราวด์ กลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยเหลือชุมชนแรงงานข้ามชาติ ทั้งให้คำปรึกษาหรือสนับสนุนสิ่งของกับเงินบริจาค ก่อตั้งโดยนักสิทธิแรงงานไทยและขับเคลื่อนด้วยสมาชิกหลักราวสิบคน อาสาสมัครมีทั้งคนไทยและแรงงานสัญชาติเมียนมา ซึ่งมีหลากหลายชาติพันธุ์และภาษา

สมาคมทำงานร่วมกับ “อาสาสมัครแรงงานต่างด้าว” (อสต.) อาสาสมัครช่วยดูแลสาธารณสุขประจำชุมชน สนับสนุนโดยกระทรวงสาธารณสุข โครงการอสต.ถอดแบบจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชาวไทย ซึ่งประสบความสำเร็จในการเป็นด่านแรกช่วยดูแลสุขภาพคนในระดับท้องถิ่น โครงการอสต.เริ่มต้นปี 2547 สร้างผลงานจากการแก้ไขปัญหาอหิวาตกโรคระบาดในหอพักแรงงานข้ามชาติที่แออัด

ตั้งแต่ช่วงโควิดเริ่มระบาดในไทยปลายปี 2563 – 2565 พราวด์ช่วยประสานให้แรงงานข้ามชาติ 284 คนในมหาชัยเข้าถึงบริการทำแท้งปลอดภัย โดยบันทึกสถิตินี้จากการส่งต่อเคสไปยังผู้ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่เหมาะสม ส่วนมากเป็น “โครงการระบบโทรเวชกรรม” หรือการทำแท้งด้วยตนเองที่บ้าน จ่ายยาโดยแพทย์เครือข่าย RSA ทางทีมงานเชื่อว่ามีผู้ต้องการรับบริการทำแท้งจำนวนมากกว่านี้ ทว่ายังเป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ในชุมชนแรงงานข้ามชาติเพราะความเชื่อทางศาสนาและจารีตประเพณี

“หลายคนที่ชุมชนบอกฉันว่าไม่น่าไปช่วยเลย เขามองว่าไม่ใช่เรื่องดี” นอว์ วา วา เล่า ราวกับว่าจะพิสูจน์จุดยืนทางความคิดของเธอ หล่อนสวมเสื้อยืดพร้อมข้อความรณรงค์สิทธิทำแท้งไปร่วมงานวันเด็กในมหาชัยในวันที่ให้สัมภาษณ์กับฮาร์ดสตอรี่ หญิงอายุสามสิบปลายจากรัฐกะเหรี่ยงยืนยัน “แต่สำหรับคนบางคน เขาไม่พร้อมจะเป็นพ่อแม่จริงๆ”

 

เพศศึกษา

สำหรับมา มี มี กับสาวแรงงานข้ามชาติคนอื่นๆ การคุยเรื่องเซ็กส์หรือเพศศึกษาเป็นเรื่องยากแล้ว การพูดถึงเรื่องทำแท้งยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ว่าเมื่อสื่อสารเป็น “โกวินเปียวซา” (พม่า) หรือ “ปะลั้มป่อ” (มอญ) ดูเหมือนบทสทนาที่ชวนเคอะเขินจะคล่องปากมากขึ้น เป็นเหตุผลให้อาสาสมัครแรงงานต่างด้าวที่ทำงานกับพราวด์พากันทำกิจกรรมด้วยภาษาที่ตัวเองคุ้นชิน ให้คำปรึกษาผู้ต้องการทำแท้งให้มั่นใจ กล้าไปพบแพทย์ด้วยตนเอง 

“วัยรุ่นเขาอายถ้าต้องคุยเรื่องเพศศึกษา ผมเองก็เคยรู้สึกไม่สบายใจเหมือนกันตอนอายุเท่านั้น แต่ว่าตอนนี้ไม่อายแล้ว” ตาน ทุน อาสาสมัครชาวมอญในวัย 40 กล่าว เขามีชื่อไทยว่า “ชัย” 

ชายชาวมอญย้ายมาอยู่ไทยแล้วกว่า 26 ปี พูดได้สี่ภาษาคล่องแคล่ว ตานทุนทำงานอาสาที่พราวด์กับนอว์ วา วา ช่วยให้คำแนะนำผู้ต้องการทำแท้งและส่งต่อไปยังสถานให้บริการ พร้อมประสานกับโครงการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทำแท้งให้ผู้หญิงรายได้น้อย

“ผมมองว่าทำแท้งเป็นเรื่องบริการสุขภาพที่จำเป็น” ตาน ทุน กล่าว

เขาเล่าว่าสมัยเรียนอยู่พม่า โรงเรียนสอนเกี่ยวกับเพศศึกษาน้อยมาก ตาน ทุนจึงเป็นแกนนำจัดอบรมเพศศึกษาในชุมชนแรงงานข้ามชาติแถวบ้าน สอนหนุ่มสาวผู้ผลัดถิ่นเกี่ยวกับเซ็กส์ที่ปลอดภัยและวิธีคุมกำเนิด

วันเสาร์อาทิตย์ที่ลูกไม่ต้องไปโรงเรียน ตานทุนมักชวนลูกสาววัยรุ่นทั้งสองคนไปร่วมกิจกรรมด้วย จะได้เรียนรู้เรื่องที่ระบบการศึกษาไทยเองไม่ค่อยได้พูดถึงไม่ต่างจากการศึกษาเมียนมา แถมยังได้รักษาความผูกพันกับชุมชนมอญ รากเหง้าของครอบครัว

บริการทำแท้งแบบเงียบเชียบ

มหาชัยเป็นบ้านของแรงงานข้ามชาติมากกว่า 330,000 คน โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขต่างคุ้นชินกับคนไข้ต่างชาติ โรงพยาบาลรัฐตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อดูแลแรงงานเพื่อนบ้านโดยเฉพาะ มีล่ามให้บริการ นอกจากนี้ มหาชัยยังมีคลินิกฝากครรภ์ พร้อมล่ามเปิดเป็นประจำทุกสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การให้บริการยุติการตั้งครรภ์ยังดำเนินหลังบ้านแบบเงียบเชียบ

จากประสบการณ์ทำงานของพราวด์ พบว่าปัจจุบัน สมุทรสาครมีโรงพยาบาลสามแห่งที่ให้บริการทำแท้ง นับเป็นสถานบริการเอกชนสองแห่งและโรงพยาบาลรัฐหนึ่งแห่ง ทว่าโรงพยาบาลทั้งสามนี้ไม่ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบริการ การให้บริการยุติการตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ยังเกิดขึ้นเป็นรายกรณี เมื่อองค์กรประชาสังคมเข้ามาช่วยประสาน

ปี 2565 คลินิกเอกชนให้บริการทำแท้งแบบวอล์กอินแห่งแรกเปิดทำการในมหาชัย โดยเป็นหนึ่งในบริการด้านสูตินรีแพทย์  ผู้ประสงค์รับบริการสามารถเดินเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้เอง ทว่าคลินิกก็ไม่เคยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบริการนี้ แม้จะรวมเป็นบริการประเภทหนึ่งตั้งแต่เปิดคลินิก แพทย์หญิงชาวไทยอธิบายว่า “มันจะไปขัดแย้งกับความรู้สึกของผู้มารับบริการฝากครรภ์คนอื่นๆ”​ เธอขอให้ไม่ระบุชื่อในรายงานข่าวด้วยเกรงว่าจะถูกตัดสินจากเพื่อนร่วมสายงาน

“เราให้บริการเพราะเชื่อว่าเป็นสิทธิของผู้หญิงที่จะตัดสินในเนื้อตัวร่างกายของตัวเอง เราไม่อยากเห็นเคสใช้ยาเถื่อน” เธอเสริม

คลินิกให้บริการยุติการตั้งครรภ์สองวิธี ได้แก่ ยาทาน/หนีบมิฟิพริสโตน-ไมโซโพรสตอล (4,000 บาท) และการใช้กระบอกดูดสุญญากาศ (6,000) คลินิกยังให้บริการฝังยาคุมกำเนิดตามหลังหากต้องการ มีผู้ใช้บริการประมาณ 30 – 40 เคสต่อเดือน และประมาณหนึ่งในสี่เป็นคนต่างชาติ

แม้ว่าการทำแท้งจะถูกกฎหมายแล้วในไทย แต่การทำได้ ไม่ได้แปลว่าได้ทำ เมื่อแพทย์หรือโรงพยาบาล มักจะปฏิเสธไม่ทำให้ หรือไม่แนะนำไปยังสถานบริการที่พร้อมให้บริการ ปัญหาดังกล่าวยังเป็นอุปสรรคหลักทำให้ผู้หญิงทั้งไทยและเทศเข้าไม่ถึงบริการทำแท้ง 

“ต้องบอกว่า เดิมหมอเขาก็ยังไม่อยากทำ แต่ก็มีการอบรมทำความเข้าใจ คุยกันมากขึ้นเรื่องนี้” สรชัย หลำสาคร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุมทรสาคร อธิบาย ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวฮาร์ดสตอรี่ทางโทรศัพท์ เขาหยุดสองสามวินาที อึกอักเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยคำว่า “ทำแท้ง” เป็นครั้งแรก 

ธันวาคม 2566 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครกับสมาคมพราวด์ร่วมกันจัดอบรมการให้คำปรึกษาทางเลือกหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม แก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหกสิบรายจากหลายพื้นที่ กฎหมายไทยกำหนดว่าผู้มีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ที่ต้องการทำแท้งจะต้องผ่านกระบวนการให้คำปรึกษาก่อน

มนัญชยา อินคล้าย หนึ่งในผู้ก่อตั้งมูลนิธิพราวด์และผู้ให้คำปรึกษาทางเลือกฯ ที่ได้รับการรับรองจากกรมอนามัย มองว่าหน่วยงานราชการมหาชัยกำลังเปิดกว้างรับการทำแท้งมากขึ้น “คนทำงานสาธารณสุข หลายคนยังมองการทำแท้งว่าเป็นเรื่องบาปบุญ เราชวนให้มองว่าเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมและสุขภาพ”

เธอเสริมว่าสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีสถิติการเกิดสูงมากเมื่อเทียบจังหวัดอื่นๆ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา แต่ยังมีข่าวเด็กทารกถูกทิ้งตามกองขยะหรือคลินิกทำแท้งเถื่อนบ่อยมาก แม้จะทำงานใกล้ชิดกับสถานการณ์เหล่านี้ เธอยังรู้สึกโกรธปนเศร้าทุกครั้งที่เห็นข่าว

“ทำแท้งไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ให้เขาเลือกเอง เราทำหน้าที่แค่ให้คำปรึกษา” มนัญชยาผู้เป็นแม่คนกล่าว

เสรีภาพในเนื้อตัวราคาแพง

แต่อคติสังคมไม่ใช่แค่เพียงเรื่องเดียวที่ผู้หญิงต้องก้าวข้าม มา มี มี กู้เงิน 4,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยเพื่อจ่ายค่าทำแท้ง

ตอนทำงานที่โรงงานแปรรูปปลา สาวมอญได้ค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน 360 บาท เดือนหนึ่งมีรายได้ประมาณ 7,200 บาท มา มี มี ลาออกจากงานช่วงท้องเพราะว่ามักมีอาการวิงเวียน ครอบครัวเลยพึ่งรายได้จากสามีที่ทำงานขนปลาที่ท่าเรือเป็นหลัก 

ในสิบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเพียงไทย กัมพูชาและเวียดนามที่เปิดให้ทำแท้งถูกกฎหมายโดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นการท้องที่กระทบสุขภาพกาย-ใจผู้ตั้งครรภ์ ประเทศไทยดูเหมือนจะล้ำหน้ากว่าเพื่อนบ้าน เพราะเปิดให้ผู้มีสิทธิบัตรประกันสุขภาพพื้นฐานเบิกเงินสนับสนุนการยุติการตั้งครรภ์ได้ (ที่รู้จักกันในชื่อเล่น ‘บัตรทอง’ ‘สิทธิ 30 บาท’ หรือ ‘สิทธิสปสช.’) ทว่างบสนับสนุน 3,000 บาทก้อนนี้เบิกได้เฉพาะคนไทย

ถึงแม้ว่ามา มี มี จะได้รับการคุ้มครองจากประกันสังคม เหมือนกับแรงงานต่างชาติกว่า 1.2 ล้านคนในไทยที่จ่ายเงินสมทบรายเดือนและสามารถใช้สิทธิประโยชน์จากกองทุนนี้ แต่กองทุนประกันสังคมจะไม่จ่ายเงินสนับสนุนค่าทำแท้งให้เธอ เนื่องจากปัจจุบัน กองทุนจ่ายให้แค่การแท้งตามธรรมชาติหรือว่าการทำแท้งที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่าการท้องต่อจะกระทบร่างกาย-จิตใจผู้ตั้งครรภ์ เงื่อนไขนี้อ้างอิงจากประมวลกฎหมายอาญาไทยฉบับเก่า ก่อนหน้าการแก้ไขเมื่อปี 2563

“สำนักงานประกันสังคมได้นำเรื่องสนับสนุนงบยุติการตั้งครรภ์เข้าสู่การพิจารณาแล้ว คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์มีมติในเบื้องต้นเห็นชอบในหลักการว่าเราควรจะต้องพิจารณาเรื่องสิทธินี้ให้แรงงานต่างด้าวด้วย แต่ว่าเราก็ต้องขอเวลาศึกษาเพิ่มเติมว่าโรงพยาบาลใดให้บริการได้บ้างและค่าใช้จ่ายจะเป็นเช่นไร” ปาริฉัตร จันทร์อำไพ ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ฮาร์ดสตอรี่ผ่านทางโทรศัพท์

ค่าใช้จ่ายทำแท้งที่คลินิกเอกชนคิดเป็นครึ่งหนึ่งรายได้หนึ่งเดือนของมา มี มี สำหรับอายุครรภ์ที่มากกว่านี้ ค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงขึ้น

“มีคนอยากทำเยอะ ถ้าฟรีได้ก็คงดี” มา มี มี กล่าว

ในเวลาเดียวกัน กองทุนประกันสังคมช่วยสมทบค่าฝากครรภ์และคลอดลูกส่วนหนึ่งให้แรงงานผู้หญิงโดยแรงงานจะจ่ายล่วงหน้าและได้เงินคืนทีหลังเมื่อโชว์ใบเกิดเป็นหลักฐาน

นอกจากนี้แล้ว ประกันสุขภาพอีกตัวที่แรงงานข้ามชาติในไทยมีกัน “บัตรประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว” จำหน่ายโดยโรงพยาบาลภายใต้กระทรวงสาธารณสุขเองก็มีแนวทางคล้ายกัน คือ ไม่ได้ครอบคลุมค่าทำแท้ง ซึ่งผู้หญิงสามารถแสดงความต้องการทำเองได้ โดยปราศจากเงื่อนไขทางการแพทย์

“โดยหลักการแล้ว เราพยายามพัฒนาสิทธิประโยชน์ของประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวให้เท่าเทียมกับสิทธิบัตรทอง แต่ถ้าจะสนับสนุนค่ายุติการตั้งครรภ์ด้วยก็ยังติดเรื่องงบประมาณ” นายแพทย์ดิเรก สุดแดน ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ กล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

กองทุนประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวนั้นได้งบจากเงินที่แรงงานข้ามชาติจ่ายซื้อประกันสุขภาพ นายแพทย์ชี้ว่ากองทุนกำลังประสบปัญหางบประมาณไม่เพียงพอและไม่อาจขึ้นราคาประกันให้สูงกว่านี้ได้ จึงไม่อาจให้ความสำคัญกับการทำแท้งก่อนการรักษาโรคอื่นๆ 

การทำแท้งเป็นเสมือนบริการ ‘ล่องหน’ ที่ประกันสุขภาพทั้งสองประเภทไม่ได้พูดถึง ขณะที่ประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวเขียนระบุว่าไม่คุ้มครองบริการทางการแพทย์ใดบ้าง เช่น จิตเวชและการทำฟันปลอม แต่ไม่ได้เขียนถึงการยุติการตั้งครรภ์

ในหลายประเทศ การทำแท้งเป็นบริการฟรีสำหรับผู้หญิงทุกคน สวีเดนประกาศว่าผู้ลี้ภัยสามารถรับเงินสนับสนุนค่าบริการดังกล่าวนี้ ด้านออสเตรเลียซึ่งแบ่งบริหารการจัดการขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐ บางรัฐเปิดให้เป็นบริการฟรีสำหรับทุกคน ด้านบางรัฐเปิดให้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองหรือคนต่างประเทศสามารถซื้อประกันสุขภาพได้เท่าเทียมกัน โดยบางกองทุนครอบคลุมการทำแท้ง 

ทำแท้งทางไกล = ทางออก?

“ผมคิดว่ามีผู้ให้บริการเพียงพอในจังหวัด เพราะว่านอกจากโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว ยังมีผู้ให้บริการในพื้นที่ส่วนกลาง” ดร.สรชัยกล่าว

แต่การเดินทางข้ามจังหวัดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแรงงานข้ามชาติ มา มี มี กับแรงงานข้ามชาติอีกหลายคนไม่เคยก้าวเท้าออกนอกมหาชัย เพราะไม่คุ้นเคย รวมถึงพูดภาษาไทยไม่ได้ ยังไม่นับถึงความกลัวว่าจะถูกส่งกลับประเทศหรือถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจแล้วหาเหตุผลปรับเงินต่างๆ 

กำแพงพวกนี้ยิ่งชัดเจนมากขึ้นช่วงโควิด ปลายปี 2563 ที่โควิดระบาดตลาดกุ้ง แรงงานข้ามชาติตกเป็นเป้าอคติของสังคม รัฐบาลไทยออกนโยบายสั่งห้ามไม่ให้แรงงานข้ามชาติเดินทางข้ามจังหวัด ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะหลายรายปฏิเสธให้บริการแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน

“ช่วงโควิด ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เยอะขึ้น หลายคนติดต่อออนไลน์มาขอคำปรึกษา เราเลยตัดสินใจเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้หญิงให้กินยาที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัย” มนัญชยา หนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมพราวด์กล่าว นอกจากจะทำงานกับชุมชนแรงงานข้ามชาติมาหลายปีแล้ว เธอยังเป็นสมาชิกเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมหรือ Choices Network Thailand

ตามกฎหมายไทย ผู้ต้องการทำแท้งที่มีอายุครรภ์ต่ำกว่า 12 สัปดาห์สามารถรับบริการระบบโทรเวชกรรม เป็นการรับคำปรึกษากับยาจากแพทย์ทางไกล โดยไม่ต้องเดินทางไปสถานบริการ ช่วงวิกฤตโควิด สมาคมพราวด์ช่วยประสานเคสมากกว่าสองร้อยเคส มนัญชยาและอาสาสมัครสร้างกลุ่มไลน์ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ต้องการยุติการตั้งครรภ์กับแพทย์คุยกัน โดยมีล่ามช่วยแปล

เมื่อยายุติการตั้งครรภ์ส่งถึงประตูบ้าน ทีมอาสาจะขอให้ผู้หญิงฉีกซอง ถ่ายรูปยาส่งมาในกลุ่มแชทเพื่อเช็คความถูกต้อง พร้อมให้คำแนะนำวิธีใช้แต่ละขั้นตอน ยาทั้งห้าเม็ดจะทยอยใช้ภายใน 24 ชั่วโมง

“จริงๆ เหน็บยาไม่ยาก แต่ว่ามันยากสำหรับคนที่ไม่รู้และกังวล เราอยู่กับเคสมา แต่ละเคสมาด้วยความกังวลทั้งนั้น ยิ่งทำครั้งแรก” มนัญชยาเล่า

เรียนรู้จากความสำเร็จของระบบโทรเวชกรรมช่วงล็อกดาวน์ เธอเชื่อว่าวิธีนี้ควรได้รับการส่งเสริมเป็น “วิถีใหม่” ให้แรงงานข้ามชาติหญิงเข้าถึงบริการทำแท้ง เพราะนอกจากจะช่วยทลายอุปสรรคการเดินทางแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนสำหรับผู้ที่ลำบากเรื่องค่าใช้จ่าย

เธอยังหวังว่าประกันสุขภาพในไทยจะขยายการคุ้มครองให้ผู้หญิงมีสิทธิเลือกทำแท้งได้เอง ช่องทางที่อาจจะเป็นไปได้ช่องหนึ่งคือการขยายสิทธิประกันสุขภาพพื้นฐานให้ครอบคลุมผู้ไม่มีสัญชาติไทย ดังที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งดูแลสิทธิดังกล่าวตั้งวิสัยทัศน์ไว้ว่า “ทุกคนที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยได้รับความคุ้มครองหลักประกันสุขภาพอย่างถ้วนหน้าด้วยความมั่นใจ”

หลังจากทำแท้ง มา มี มี เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือผู้หญิงที่ไม่ได้ทำงานและอยู่บ้านดูแลครอบครัว ประสานงานโดยสมาคมพราวด์ เธอได้รับเงินสนับสนุนกับสิ่งของใช้เลี้ยงลูกและชีวิตประจำวันจำนวนหนึ่ง หญิงมอญตัดสินใจว่าพร้อมมีลูกแล้ว เธออุ้มท้องครั้งใหม่และคลอดลูกชายตอนต้นปี 2567 

“พออะไรต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ฉันอยากกลับไปทำงาน” แรงงานสาวชาวมอญผู้เป็นแม่คนกล่าว

ณิชา เวชพานิช นักข่าวประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ติดตามประเด็นสังคมผ่านมุมมองด้านสิทธิและชีวิตผู้คน เธอเคยทำงานกับสำนักข่าวท้องถิ่นภายใต้ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม

ชเว ปอว์ เมียะ ติน เป็นช่างภาพข่าวอิสระจากเมียนมา เธอสร้างชื่อจากการเป็นช่างภาพข่าวผู้หญิงไม่กี่คนในประเทศ มีผลงานเผยแพร่บนสื่อต่างชาติหลายสำนัก เช่น เอเอฟพี รอยเตอร์​และเดอะ การ์เดี้ยน ปัจจุบัน เธอประจำอยู่ที่เชียงใหม่ 

More Features