ไทยยุติร่างกฎหมายที่จะเปลี่ยน 4 จังหวัดภาคใต้ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หลังจากชาวบ้านปักหลักประท้วง 9 วัน และระดมรายชื่อคัดค้านกว่า 190,000 รายชื่อ
กรุงเทพฯ – ทม สินสุวรรณ ประมงหญิงมุสลิมในวัยหกสิบปาดน้ำตาแห่งความดีใจเมื่อได้ยินผลการเจรจา เธอรู้สึกโล่งใจที่บ้านของเธอจะไม่ถูกกลืนกินโดยเขตอุตสาหกรรม…อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในเร็วๆ นี้
‘อ่าวอ่าง’ ผืนน้ำอันใสสะอาดกว้างใหญ่ในจังหวัดระนองถูกกำหนดให้เป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึกขนาด 6,975 ไร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) การก่อสร้างดังกล่าวจะคุกคามวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงในท้องถิ่นอย่างทม รวมถึงเกาะท่องเที่ยวอย่างเกาะพยามที่อยู่ใกล้ๆ
ภายหลังการปักหลักชุมนุมของทมและชาวบ้านคนอื่นๆ อีกนับร้อยชีวิตที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน และแรงกดดันจากสาธารณชนที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงตัดสินใจถอยเมกะโปรเจกต์
“ม๊ะรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่” ทมบอกกับ HaRDstories
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ตัวแทนรัฐบาลได้ตกลงกับผู้ชุมนุมว่า จะไม่เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้สู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งกฎหมายนี้ถือเป็นกระดูกชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยน 4 จังหวัดในภาคใต้ตอนบน (ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช) ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้ข้อยกเว้นทางกฎหมายแก่นักทุนต่างชาติและเร่งรัดการขยายตัวทางอุตสาหกรรม
โครงการดังกล่าวสัญญาว่า จะสร้างงานและส่งเสริมเศรษฐกิจเกษตรและชีวภาพที่มีอยู่เดิมในภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ต่างกังวลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมหนักและมลพิษที่อาจตามมา
สำหรับชาวบ้านแล้ว การเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณถึงการยกเลิกเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC รวมถึงการพิจารณาใหม่โครงการสร้าง “แลนด์บริดจ์” (Land Bridge) ซึ่งเป็นเครือข่ายท่าเรือน้ำลึก มอเตอร์เวย์และรถไฟที่เชื่อมโยงทะเลอันดามันและอ่าวไทย โดยประเทศไทยนำเสนอโครงการนี้เป็นเส้นทางเดินเรือทางเลือกให้กับการค้าระหว่างทวีปเพื่อเลี่ยงช่องแคบมะละกา
ถึงแม้รัฐบาลจะยังไม่ได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่ตัวแทนเจรจาฝ่ายคัดค้านเชื่อมั่นว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการระงับการพัฒนา SEC อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีกลไกใดที่จะขับเคลื่อนโครงการต่อไปได้
ผลการเจรจากำหนดให้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดตั้งคณะกรรมการศึกษาภายใน 90 วัน ร่วมกับตัวแทนฝ่ายการเมืองและกลุ่มจับตาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch ประเมินทิศทางการพัฒนาภาคใต้ใหม่อีกครั้ง
“ส่วนการจะเดินหน้าอย่างไรในภายภาคหน้า จะเกิดหรือไม่ ก็อยู่ที่การศึกษาของทั้งสามฝ่าย” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทย กล่าวในตอนท้ายของการเจรจา
“ถ้าศึกษาแล้วพบว่าเดินหน้าได้ เพื่อความเจริญของเศรษฐกิจประเทศ เราก็คงต้องเดินหน้าต่อไป”
เดิมที ประเทศไทยมีกำหนดจะใช้งบประมาณ 1 ล้านล้านบาทก่อสร้างแลนด์บริดจ์ ล่าสุด โครงการนี้ถูกระงับไว้เพื่อรอการประเมินผลกระทบครั้งใหม่ แต่นักกิจกรรมเชื่อว่า ในที่สุดโครงการนี้จะถูกยกเลิกไป
“งานวิจัยปี 66 ของจุฬาฯ เคยประเมินว่า แลนด์บริดจ์จะไม่สามารถดึงดูดการขนส่งสินค้าทางเรือได้มากพอที่จะคุ้มค่ากับการลงทุน” ประสิทธิชัย หนูนวล ตัวแทนเจรจาฝ่ายคัดค้านกล่าว “ยิ่งไม่มีพ.ร.บ. SEC ยิ่งไม่คุ้ม เพราะทำให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมรอบๆ จะยิ่งทำให้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเข้าไปอีก”
เขาเชื่อว่า รัฐบาลผลักดันแนวคิดแลนด์บริดจ์เป็นฉากหน้า เพื่อปกปิดเป้าหมายที่แท้จริงในการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่อาจเผชิญกระแสต่อต้าน
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โครงการแลนด์บริดจ์ตกเป็นประเด็นสนใจในวงกว้าง โดยมีประชาชนมากกว่า 190,000 คนร่วมลงชื่อในแคมเปญเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการ หลังจากเกิดกระแสตีกลับ พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กที่สร้างความเข้าใจผิดว่า โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้มีไว้เพื่อรองรับ SEC ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองโครงการมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
ประสิทธิชัยยืนยันว่า ทางกลุ่มไม่ได้ต่อต้านเส้นทางคมนาคมทางราง โดยเสนอให้ขยายเส้นทางรถไฟที่มีอยู่เดิมในภาคใต้เป็นรางคู่ เพื่อตอบรับความต้องการใช้งาน
แคมเปญต่อต้าน SEC ยังมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้าร่วมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและศูนย์กลางปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดของไทยต้องเผชิญปัญหามลพิษซ้ำซากจากการจัดการโรงงานที่ผิดพลาดและปัญหาน้ำมันรั่ว
ภายหลังการปักหลักประท้วง ตัวแทนรัฐบาลสัญญาว่าจะติดตามเรื่องเงินเยียวยาสำหรับชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการขยายท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดในจังหวัดระยอง ตลอดจนทบทวนแผนรวมจังหวัดปราจีนบุรีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอีกครั้ง
อ่านเพิ่ม ปลุกผี “แลนด์บริดจ์” หนึ่งล้านล้านบาท เมื่อการพัฒนาไทยถึงทางแพร่ง
หมายเหตุ : บทความแก้ไขการใช้คำว่า “ระงับร่างกฎหมาย SEC” เป็น “ยุติร่างกฎหมาย SEC” เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้คำในเอกสารบันทึกข้อตกลงระหว่างผู้เจรจา SEC Watch กับตัวแทนรัฐบาลเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 69
•
•
•
Get our latest stories direct to your inbox.