ศาลยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทชาวบ้านค้านเหมืองโพแทช

ศาลสั่งยกฟ้อง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นฟ้องชาวบ้านหกรายที่ค้านเหมืองโพแทชข้อหาหมิ่นประมาท

ลูค ดุกเกิลบี/Redux
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 จงดี มินขุนทด และชาวบ้านคนอื่นๆ ร่วมกันแขวนป้ายต้านเหมืองบริเวณทางเข้าหมู่บ้านของพวกเขา ภาพ : ลูค ดุกเกิลบี/Redux

นครราชสีมา – จงดี มินขุนทด ชูกำปั้นอย่างมั่นใจ พร้อมรอยยิ้มกว้าง เคียงข้างคนในชุมชนของเธอ ศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) สั่งยกฟ้องคดีหมิ่นประมาทชาวบ้านหกราย ราคาที่ชุมชนต้องจ่ายจากการออกมาคัดค้านเหมืองโพแทช

ที่หมู่บ้านของจงดีในอ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ชาวบ้านส่วนใหญ่หารายได้จากการทำนากับปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพดและอ้อย แต่วันนี้ผืนดินกลับปกคลุมด้วยผลึกคริสตัวของโพแทสเซียมคลอไรด์ (potassium chloride) ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผลมาจากเหมืองโพแทช

โพแทสเซียมคลอไรด์ใช้เป็นส่วนประกอบทำปุ๋ย ซึ่งไทยเร่งเพิ่มปริมาณส่งออกไปจีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค พื้นที่เกษตรซึ่งเคยอุดมสมบูรณ์วันนี้มีความเค็มสูง ไม่สามารถเพาะปลูกได้ พรากวิถีชีวิตของคนในชุมชนบางราย

อ่านเพิ่ม ผลกระทบที่แสนเค็มกับคำถามถึงการเดินหน้าเหมืองโพแทชในอีสาน

 

ชัยชนะคดีฟ้องปิดปาก

จงดีและสมาชิกชุมชน รวมตัวเป็นกลุ่มชื่อ “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด” ออกมาเล่าถึงผลกระทบที่ชุมชนเผชิญต่อเนื่อง จนกระทั่งตุลาคม 2567 สมาชิกหกคนถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทและดูหมิ่นโดยการโฆษณา จากโพสต์บนเฟซบุ๊ก โดยผู้ฟ้องเป็นนายกอบต.ในอำเภอเดียวกัน

คดีดังกล่าวยื่นฟ้องโดยนิพนธ์ นิลขัน นายก อบต.โนนเมืองพัฒนา อ.ด่านขุนทด พร้อมเรียกค่าเสียหายรายละ 300,000 บาท ต่อราย

ห้าเดือนให้หลัง โจทก์ขอเลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องหลายครั้ง พร้อมขอถอนตัวทนาย จนกระทั่ง 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลสั่งว่า การขอเลื่อนคดีถือเป็นการประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนและไม่อนุมัติการถอนตัวของทนายความ เมื่อศาลให้มีการดำเนินการไต่สวนมูลฟ้อง แต่โจทก์ไม่มีพยานมาไต่สวนสนับสนุนคำฟ้อง ศาลจึงพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหก 

“คำพิพากษาของศาลในวันนี้ทำให้เรามีกำลังใจในการต่อสู้และทำให้เรามั่นใจในการเคลื่อนไหวต่อต้านเหมืองโพแตชต่อไป” จงดี ว่า “ฝากถึงคนที่ใช้การฟ้องคดีเพื่อเป็นเครื่องมือในการปิดปากประชาชน เราซึ่งเป็นภาคประชาชนยืนยันว่าจะต่อสู้ตามขั้นตอนที่ถูกต้องต่อไป”

ส. รัตนมณี พลกล้า ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ผู้ดูแลคดี ระบุว่า คำสั่งศาลในคดีนี้สะท้อนชัดว่าคดีนี้ไม่ควรถูกดำเนินตั้งแต่แรก 

“ต้นเรื่องเป็นเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนที่ต้องการเรียกร้อง คดีนี้ไม่ควรขึ้นศาลตั้งแต่แรก” ส.กล่าว ชี้ว่าคดีนี้เข้าข่ายการฟ้องปิดปาก หรือ SLAPP การกลั่นแกล้งนักปกป้องสิทธิชุมชนผ่านกระบวนการดำเนินคดี ทำให้พวกเขาต้องคอยยุ่งไปศาล เสียเงินและเวลา รวมถึงกำลังใจในการออกมาปกป้องสิทธิ

ปี 2567 นายก อบต. คนดังกล่าว ได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาทกับชาวบ้านในกลุ่มอีกคดี แต่ถอนฟ้อง

การฟ้องปิดปากเพื่อบั่นทอนกำลังใจนักสิ่งแวดล้อมและนักข่าวพบมากขึ้นในไทย รวมถึงต่างประเทศ ในสัปดาห์เดียวกัน ศาลชั้นต้นสหรัฐเริ่มต้นพิจารณาคดีสำคัญที่เป็นที่จับตาทั่วโลก เมื่อเครือข่ายนักอนุรักษ์ที่มีสมาชิกหลากหลายในประเทศ “กรีนพีซ” ถูกบริษัทท่อส่งก๊าซฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทและทำให้กระบวนการก่อสร้างล่าช้า ผลคดีดังกล่าวอาจทำให้กรีนพีซล้มละลายและกระทบการเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมทั่วโลก

 

เกลือสู่เมืองกรุง

เมื่อปลายเดือนมกราคม จงดีและกลุ่มได้ไปคัดค้านเหมืองโพแทชที่กรุงเทพฯ พวกเขานำเกลือจากบ้าน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ ติดตัวเป็นแสดงเชิงสัญลักษณ์ ผู้ชุมนุมปักหลักหน้ากระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเวลาห้าวัน โดยเรียกร้องให้มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ใหม่ และเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทเอกชนที่มีส่วนร่วมในโครงการเหมืองแสดงความรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนของชุมชน

ชาวชุมชนด่านขุนทดประท้วงหน้าบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทไทยคาลิ ผู้ดำเนินการเหมืองโพแทช ชาวบ้านเรียกร้องให้ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการเหมือง

นอกจากนี้ ชาวบ้านกังวลถึงความเสี่ยงจากการระเบิดอุโมงค์เหมืองใหม่ ซึ่งตั้งอยู่พื้นที่สูง เกรงว่าน้ำเสียจะรั่วไหลเข้าพื้นที่ ถ้าการจัดการครั้งนี้ยังเป็นแบบเดิมอย่างคราวที่แล้ว อาจทำให้ดินเค็ม เครือข่ายชาวบ้านระบุว่ายังไม่มีการทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใหม่สำหรับเหมืองที่กำลังจะสร้าง

จุฑามาศ ศรีหัตถผดุงกิจ ที่ปรึกษาชุมชนและสมาชิกโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ แสดงความเห็นว่า การมากรุงเทพฯ ครั้งนี้ได้รับความสนใจพอสมควร จากที่ชาวบ้านนำเกลือไปแสดงเชิงสัญลักษณ์ทุกๆ ที่ไปชุมนุมในเมืองหลวง

“ปัญหาของเราในพื้นที่ได้รับความสนใจมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครลงมาสนใจดูแล หรือขยับเรื่องนี้อย่างจริงจัง” จุฑามาศ เผย “มันทําให้มีการขยับของหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น มีกลไกต่างๆ ที่เราสามารถใช้งานได้”

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรได้ลงพื้นที่ชุมชนและสัญญาว่าจะตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในหนึ่งเดือน

จุฑามาศ กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังคงจับตาดูผลการทำงานของคณะกรรมาธิการอย่างใกล้ชิด ถ้าหากการระเบิดอุโมงค์ยังดำเนินการต่อ จะนัดหมายชุมนุมที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง

Help support our journalism!
Your donation allows us to keep bringing you these important stories
Stay informed!

Get our latest stories direct to your inbox.