ผลแล็บ มน. เผย มลพิษเหมืองแร่แม่น้ำโขงลามอีสาน

นักวิจัยเผยผลตรวจสอบตัวอย่างปลาผิดปกติที่จับได้ตลอดแนวแม่น้ำโขงระยะทาง 200 กิโลเมตรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบการสะสมของโลหะหนัก ชี้ถึงผลกระทบวิกฤตมลพิษจากการทำเหมืองได้ขยายวงลงสู่พื้นที่ปลายน้ำแล้ว

วิศรุต วีระโสภณ/HaRDstories
นักวิทยาศาสตร์คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ผ่าตัดปลาผิดปกติที่จับได้จากอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เมื่อ 23 เมษายน 2569 ภาพ : วิศรุต วีระโสภณ/HaRDstories

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – ท่ามกลางเปลวแดดเดือนเมษา ชาวประมงเชียงคานค่อยๆ พาเรือลำน้อยของเขาเข้าเทียบฝั่งแม่น้ำโขง บนเรือมีปลาเล็กปลาน้อยสายพันธุ์ชินตา หากแต่มีปลาตัวหนึ่งที่มีลักษณะโดดเด่นชัดเจน นั่นก็คือ ปลาแค้ตัวเล็กที่ผิวหนังปกคลุมไปด้วยปุ่มปมรอยโรคเกือบทั่วทั้งตัว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการจับปลาลักษณะนี้ได้ในลุ่มน้ำโขง เพราะเมื่อหนึ่งปีก่อนในวันเดียวกัน (22 เมษายน 2568) เคยมีการพบปลาแค้ที่มีแผลพุพองแบบเดียวกันในแม่น้ำกก ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย แต่ครั้งนี้ ปลากลับถูกจับได้ที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดเชียงรายลงไปทางปลายน้ำราว 500 กิโลเมตร

สี่วันหลังจากพบปลาผิดปกติตัวแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ้อมบุญ ทิพย์สุนา นักวิจัยท้องถิ่น ระบุว่า มีการพบปลาแค้ที่มีสภาพผิดปกติเพิ่มอีกสองตัวที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ห่างลงไปทางปลายน้ำอีกประมาณ 200 กิโลเมตร

หลังจากส่งตัวอย่างปลาไปตรวจวิเคราะห์ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา เปิดเผยผลการทดสอบเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พบว่า ปลาเหล่านี้สัมผัสกับโลหะหนักในระดับสูงจนนำไปสู่ความผิดปกติของร่างกาย

“อาการป่วยนี้เกิดจากการสัมผัสโลหะหนัก” ธนพลกล่าว “ตัวอย่างปลาจากเชียงคานพบสารตะกั่วและปรอทในระดับที่สูงกว่าปลาปกติอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับมลพิษจากเหมืองแร่”

เขาระบุอีกว่า ตัวอย่างปลาจากหนองคายพบสารแคดเมียมและแมงกานีสในระดับสูงเช่นกัน

ขณะที่ผลวิเคราะห์เลือดโดย ณัฐวุฒิ เจริญผล จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พบความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดแดงและจำนวนเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเสียหายของดีเอ็นเอที่เกิดจากการสัมผัสโลหะหนัก

“ค่อนข้างชัดเจนว่าลักษณะปลาที่ผิดรูปเกิดจากการสัมผัสโลหะหนักในแม่น้ำ ทำให้ปลาป่วยจนพยาธิสามารถเข้าไปกัดกินและแพร่เชื้อได้” เขากล่าว “แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าปลาจากแม่น้ำโขงในขณะนี้ปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่”

ธนพลเรียกร้องให้มีการตรวจสอบตัวอย่างปลาและน้ำจากแม่น้ำโขงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนชุมชนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

 

ชาวบ้านกังวลผลกระทบวิถีชีวิต

ชาญณรงค์ วงศ์ลา ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงคาน กล่าวว่า ผลการตรวจสอบครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชุมชนประมงในเชียงคานอย่างมาก เนื่องจากชาวบ้านต้องพึ่งพาการทำประมงในแม่น้ำโขงเป็นรายได้หลักเลี้ยงชีพ

ข้อมูลจากประมงท้องถิ่นครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เชียงคานถึงปากชมในจังหวัดเลย ระบุว่า ในลำน้ำช่วงนี้เพียงช่วงเดียว ชาวประมงสามารถจับปลาได้มากถึง 96 ชนิด สร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นสูงถึง 500,000 บาทต่อเดือน ชาญณรงค์กล่าว

เขาเตือนว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อจัดการมลพิษจากเหมืองแร่ที่ต้นเหตุ ชุมชนประมงริมฝั่งโขงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องเผชิญกับการสูญเสียรายได้ ไม่สามารถขายปลาได้ และกระเทือนถึงความมั่นคงทางอาหารของหลายครอบครัว

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตได้เก็บข้อมูลวิกฤตในลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำกกในจังหวัดเชียงราย ซึ่งพบว่าความหลากหลายทางชีวภาพของปลาลดลงอย่างรวดเร็ว และมีรายงานว่าชาวประมงไม่สามารถขายปลาที่จับได้เลยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2568 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเรื่องการปนเปื้อนในปลา

“ปัญหาในภาคอีสานได้รับความสนใจจากสาธารณะน้อยกว่าภาคเหนือมาก” ชาญณรงค์กล่าว “ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญมากกว่านี้ และควรตรวจวัดคุณภาพน้ำ ตะกอนดิน และตัวอย่างปลาให้บ่อยขึ้น รวมถึงต้องตรวจสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำด้วย”

 

จี้รัฐแก้ผลกระทบข้ามพรมแดน

สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า การขยายตัวของพื้นที่วิกฤตเป็นผลโดยตรงจากสิ่งที่เขาเรียกว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลในการดำเนินการต่อต้านการทำเหมืองของกลุ่มทุนจีนที่ขาดการควบคุมในเมียนมา

ลิงก์: แม่น้ำกกวิบัติ : เมื่อเหมืองเมียนมาวางยา (มล) พิษข้ามพรมแดน

เขาเรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือเรื่องการปนเปื้อนของแม่น้ำข้ามพรมแดน โดยให้ดึงหน่วยงานภาครัฐ ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ และภาคประชาสังคมเข้าร่วม เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขที่ต้นตอและวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยง ก่อนที่ความเสียหายจะบานปลายจนเกินเยียวยา

สืบสกุลยังกระตุ้นให้รัฐบาลเปิดเจรจากับลาว เมียนมา จีน และกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ในเมียนมา เพื่อให้ระงับการทำเหมืองที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน พร้อมทั้งเสนอให้สั่งห้ามบริษัทเอกชนนำเข้าแร่ธาตุสำคัญจากเมียนมาและลาว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำเฝ้าติดตามสถานการณ์มลพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด

“[รัฐบาล] ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด” สุชาติกล่าว

Help support our journalism!
Your donation allows us to keep bringing you these important stories
Stay informed!

Get our latest stories direct to your inbox.