อาเซียนรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อม แต่ไม่รองรับนักปกป้องสิทธิ
ประเทศสมาชิกอาเซียนรองรับสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดในปฏิญญาครั้งสำคัญ แต่เอกสารกลับละเว้นที่จะรับรองนักปกป้องสิทธิ เรียกความกังวลจากนักสิ่งแวดล้อม
- โดย
- ณิชา เวชพานิช
- Published
กรุงเทพฯ – ประเทศสมาชิกอาเซียนรับปฏิญญาสิทธิทางสิ่งแวดล้อมระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิทที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา
ปฏิญญาอาเซียนในสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด ดีต่อสุขภาพและยั่งยืน (The ASEAN Declaration on the Right to a Safe, Clean, Healthy and Sustainable Environment) เป็นกลไกด้านสิ่งแวดล้อมแรกของภูมิภาคตั้งแต่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จัดตั้งขึ้นในปี 2510 ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมายว่าประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตาม แต่การประกาศดังกล่าวก็เป็นก้าวสำคัญของภูมิภาคเพื่อตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค
ปฏิญญาความยาวสี่หน้ากระดาษยืนยันว่าคนทุกคนมีสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด ดีต่อสุขภาพและยั่งยืน รวมถึงมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลและการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย ปฏิญญามุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและสนับสนุนให้ภาคเอกชนเคารพและส่งเสริมสิทธินี้อย่างหนักแน่น
อย่างไรก็ตาม หลังจากร่างปฏิญญามาเป็นเวลาหลายปี โดยรับฟังความเห็นจากประชาสังคมและภาคส่วนต่างๆ เอกสารสุดท้ายกลับไม่ได้รวมข้อเรียกร้องสำคัญจากภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่รับข้อเสนอให้ใช้คำว่า “นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม” (EHRDs – Environmental Human Rights Defenders) ซึ่งเป็นคำที่ทางยูเอ็นรองรับและได้เสนอให้อาเซียนใช้คำนี้
ทั้งนี้ ประเทศติมอร์-เลสเต ซึ่งเพิ่งเข้าร่วมเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนในการประชุมปีนี้ยังไม่ได้ร่วมรับรองปฏิญญาดังกล่าว
นักกิจกรรมกังวลไม่ช่วยคุ้มครอง
“ข้อมูลจาก Global Witness เผยว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและสิ่งแวดล้อมกว่า 354 คนเสียชีวิตและสูญหายตั้งแต่ปี 2555 แต่ปฏิญญากลับไม่รองรับตัวตนและคุ้มครองพวกเขา” ลีอา ตอร์เรส ผู้อำนวยการเครือข่ายนักปกป้องสิ่งแวดล้อมเอเชีย-แปซิฟิก (APNED) กล่าว “ไม่ใช่แค่น่าผิดหวังเท่านั้น แต่ช่างไม่เป็นธรรมที่จะมองข้ามผู้คนที่สละชีวิตเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน”
ชาวบ้านและนักสิ่งแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรแต่การบังคับใช้กฎหมายมักจะอ่อนแอ มักจะถูกคุกคามและใช้ความรุนแรงจากการออกมาปกป้องสิ่งแวดล้อม การเก็บข้อมูลขององค์กร Global Witness เผยว่านักปกป้องสิทธิสิ่งแวดล้อมที่เสียชีวิตในโลกมากกว่า 18% อยู่ในภูมิภาคอาเซียน
การใช้กฎหมายปิดปากโดยบริษัทเอกชนเป็นหนึ่งในการคุกคามผู้ที่ออกมาเรียกร้อง เช่น ไม่นานมานี้ “วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ” เลขาธิการมูลนิธิไบโอไทยซึ่งรณรงค์เรื่องปัญหาปลาหมอคางดำรุกรานระบบนิเวศ ถูกฟ้องค่าเสียหายสูงถึง 200 ล้านบาทจากบริษัทสินค้าเกษตรและอาหาร
ปฏิญญาสิทธิทางสิ่งแวดล้อมคืออะไรและสำคัญอย่างไร?
•
- โดย ณิชา เวชพานิช
เจือจางการใช้คำ
ปฏิญญาอาเซียนไม่ได้ใช้คำว่านักปกป้องสิทธิสิ่งแวดล้อม แต่ระบุว่า ตระหนักถึง “ความจำเป็นต้องคุ้มครองอย่างเพียงพอเรามีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน รวมถึงคนที่ทำงานเพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด ดีต่อสุขภาพและยั่งยืน ความเหมาะสม”
ด้ภาคประชาสังคมเรียกร้องให้อาเซียนออกกลไกสิ่งแวดล้อมที่มีข้อผูกพันทางกฎหมายและแสดงเจตนารมณ์ที่เข้มแข็งมากกว่านี้
“เราเรียกร้องให้อาเซียนดูตัวอย่างจากภูมิภาคอื่นๆที่ออกปฏิญญามีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อตระหนักและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิสิ่งแวดล้อม” แถลงการณ์ของ APNED ระบุ หลังจากอาเซียนรับปริญญาดังกล่าว “อาเซียนต้องเร่งคุ้มครองนักปกป้องสิทธิสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคนด่านหน้าในการรักษาสิ่งแวดล้อมและอนาคตของพวกเรา”