มือถือ สองตา ประชาธิปไตย : ประชาชนอาสาจับตาการเลือกตั้ง

โดย​​ ณัฐ สุมน

ภาพโดย ลูค ดุกเกิลบี

เช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน 2564 สุพัฒน์ อาษาศรี เดินตรวจตราบอร์ดติดประกาศที่มีรายละเอียดของ ผู้ลงสมัครและความเรียบร้อยของคูหาเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งที่อยู่ในวัดในตำบลคลองสามวา จังหวัดปทุมธานี เขาคอยยืนสังเกตกลุ่มผู้ชายที่จับกลุ่มกันดื่มกาแฟ พลางเฝ้ามองผู้ที่ทยอยเดินทางมาลงคะแนนเสียง

ในขณะเดียวกัน ธรรศ สุรสราญวงศ์ ผู้เป็นเพื่อนร่วมงานของสุพัฒน์และเป็นเจ้าหน้าที่ของ We Watch กำลังไลฟ์สดถ่ายทอดการเปิดหน่วยเลือกตั้งผ่านทางโทรศัพท์มือถือของ We Watch วันนี้เป็นวันที่มี การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557

ทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของ We Watch เครือข่ายพลเมืองที่ทำงานกับอาสาสมัครทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและผู้สมัครเลือกตั้ง โดยการจัดให้มีการสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปและการเลือกตั้งท้องถิ่น  We Watch ก่อตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเป็นกลางในการเลือกตั้ง ท่ามกลางวิกฤติการณ์ทางการเมืองปี 2556 ที่มีการประท้วงบนท้องถนนของกรุงเทพฯ เป็นเวลายาวนานและการพยายามขัดขวางเลือกตั้งทั่วไปในปี 2557 ก่อนเกิดการรัฐประหารจากฝ่ายทหารในปี 2557

หลังการการยึดอำนาจของคณะรัฐประหาร We Watch ทำงานกับเยาวชนที่สนใจมีส่วนร่วมในทางการเมืองทั่วประเทศ และในปี 2560 ทางอาสาสมัครของกลุ่มได้ร่วมเข้าสังเกตการณ์การจัดประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อีกสองปีต่อมา We Watch ระดมอาสาสมัครกว่าสามพันคนทั่วประเทศผ่านการประกาศทางช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ  เพื่อสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 และทางกลุ่มยังคงทำการสังเกตการณ์การเลือกตั้งท้องถิ่นต่อไปในปี 2563 และ ปี 2564

ฝึกสังเกตการณ์ตรวจสอบความผิดปกติ

ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ค่อยมีเหตุความรุนแรงเช่นในภาคอีสานหรือภาคใต้ แต่ความผิดปกติในระหว่างการเลือกตั้งในเขตปริมณฑลจะสังเกตเห็นยากกว่า หากว่าไม่ได้รับการอบรมมา อาจจะมองว่าการจับกลุ่มดื่มกาแฟกันแบบนี้ไม่มีพิษมีภัย หากแต่อาสาสมัครของ We Watch ต่างได้รับการอบรมเพื่อให้สามารถสังเกตเหตุการณ์ผิดปกติเช่นการทำงานของหัวคะแนนแบบนี้ได้ 

เนื่องจากว่าตำบลที่สุพัฒน์ผู้เป็นผู้ประสานงานภาคกลางของ We Watch และธรรศผู้เป็นอาสาสมัครขาประจำลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์นั้น เป็นหนึ่งในสามของอบต.ที่มีรายได้สูงสุดในประเทศ ซึ่งทำให้การแข่งขันจึงยิ่งดุเดือดขึ้นไปอีก

ในขณะที่การเลือกตั้งจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ก็ได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหน่วยเลือกตั้งในโรงเรียนมาบอกให้ธรรศลบภาพการบันทึกการเลือกตั้ง โดยบอกว่าตนเป็นคนของตระกูลการเมืองในท้องที่

“เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดได้ตลอด แต่เราถูกฝึกอบรมมาให้ทำงานในสถานการณ์แบบนี้เพื่อให้เราทำงาน สังเกตการณ์การเลือกตั้ง และบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ออกมาได้” ธรรศกล่าวและเสริมว่าทีมงาน We Watch จะถูกฝึกอบรมให้อธิบายให้ผู้พยายามขัดขวางการทำงานของพวกเขาเกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายในการสังเกตการณ์เลือกตั้ง

ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ใส่ใจการเมือง

ธรรศเป็นคนที่สนใจเรื่องการเมืองมาตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่น เขาได้เข้าร่วมกับการทำงานการเมืองในช่วงที่เขาศึกษาปริญญาตรีและได้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครกับ We Watch

“การสังเกตการณ์การเลือกตั้งเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ภาคประชาชนอย่างผมที่เป็นคนธรรมดาสามารถทำได้” ธรรศกล่าว

ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ อายุ 23 ปี เป็นอีกหนึ่งในอาสาสมัครของ We Watch  เธอมีแรงบันดาลใจในการเข้าร่วมกับWe Watch มาเป็นอาสาสมัครในการสังเกตการณ์เลือกตั้งปี 2562 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากที่รัฐบาลทหารยึดอำนาจไปเป็นเวลาเกือบหกปี การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของศุกรียาอีกด้วย เธออยู่เฝ้าหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่เช้าตอนหน่วยเลือกตั้งเปิดและอยู่จนถึงหน่วยเลือกตั้งนั้นนับคะแนนเสร็จ เพื่อเป็นการแสดงถึงการปกป้องประชาธิปไตยและสิทธิในการ ใช้สิทธิใช้เสียงของตัวเอง

“ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของเรา และเราอยากจะเฝ้าดูการลงคะแนนครั้งแรกของตัวเองให้มั่นใจว่าเสียงของเราจะนำไปใช้อย่างถูกต้อง”

“ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของเรา และเราอยากจะเฝ้าดูการลงคะแนนครั้งแรกของตัวเองให้มั่นใจว่าเสียงของเราจะนำไปใช้อย่างถูกต้อง” ศุกรียากล่าว “การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้เป็นอะไรที่ให้ความหวังกับเราเพราะมันเป็นกิจกรรมที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดที่เคยได้ประสบพบเจอตั้งแต่เราเรียนชั้นมัธยม”

สุพัฒน์ ผู้เป็นนักกิจกรรมการเมืองมาเป็นเวลานานเชื่อว่างานของ We Watch มีมากกว่าแค่การหาอาสาสมัครมาสังเกตการณ์การเลือกตั้งและจดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ สุพัฒน์บอกว่า “มันเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างแบบเก่า และเป็นการสร้างยุคใหม่ทางการเมือง”  

We Watch ยังจัดกิจกรรมกับเยาวชนทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนทางการเมืองในประเด็นรัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้ง และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้เริ่มสนับสนุนกลุ่มเยาวชนเป็นจำนวนสิบกลุ่มให้ทำสื่อออนไลน์อีกด้วย

“คนรุ่นยุคเก่าๆ ส่วนใหญ่อยู่ในการปกครองส่วนท้องถิ่นกันหมด ถ้าเราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเราต้องให้คนรุ่นใหม่มีบทบาทมากกว่านี้” สุพัฒน์กล่าว

การเลือกตั้งอบต. ราชาเทวะ

สำหรับสุพัฒน์และทีมงาน ตำบลราชาเทวะในจังหวัดสมุทรปราการเป็นหนึ่งในหลายเขตการเลือกตั้งที่น่าจับตามองในการสังเกตการณ์การเลือกตั้งอบต. ในปี 2564 ตำบลนี้ตกเป็นข่าว ใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์ จากการจัดซื้อจัดจ้างเสาไฟกินรีที่มีราคา 642 ล้านบาท หรือประมาณ 19 ล้านเหรียญสหรัฐ

คดีนี้ทำให้คนให้ความสนใจกับนายทรงชัย นกขมิ้น ผู้เป็นนายกอบต. ราชาเทวะมานานนับสิบๆ ปี ข่าวล่าสุดที่เกี่ยวกับเสากินรีนี้ ทำให้เขาถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจากการจัดซื้อจัดจ้างเสากินรี และการจัดซื้อจัดจ้างอื่นๆ เช่น รถรับเพลิงและกล้องวงจรปิดที่แพงเกินจริงและการเลือกตั้งอบต. แม้ว่าจะมีการตรวจสอบในหลายๆ กรณี นายทรงชัยก็ยังลงสมัครเลือกตั้งในสมัยนี้อีก

องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ก็อยู่ใกล้ชิดกับ ประชาชนมากที่สุดเช่นกัน คนส่วนใหญ่มักคิดว่าอบต.มีหน้าที่หลัก คือการดูแลถนนหนทางให้ไฟสว่างและจัดการเก็บขยะ แต่สุพัฒน์มองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อบต. ควรถูกตรวจสอบได้

ไอลดา ชูประสิทธิ์ เป็นคนในตำบลราชาเทวะที่ย้ายไปทำงานนอกพื้นที่ และได้เดินทางกลับมาเพื่อลงคะแนนการเลือกตั้งอบต.ที่ตำบลราชาเทวะ ไอลดาบอกว่าเธออยากเห็นความเปลี่ยนแปลงที่บ้านของตนเอง เพราะเชื่อว่าอบต.ไม่ควรมีหน้าที่เพียงสร้างทางสร้างถนนหรือติดตั้งเสาไฟเท่านั้น

“เรามองว่าเรายังมีเวลาสักวันหนึ่งคนรุ่นใหม่จะเป็นคนที่มาบริหารขับเคลื่อนประเทศและเวลาจะนำมาสู่ความเปลี่ยนเปลงที่เราอยากเห็น”

“เราคิดว่าผลการเลือกตั้งจะอยู่กับเราไปอีกนาน มากกว่าแค่สองวินาทีที่เรากากบาทในคูหา” ไอลดากล่าว “เราเองต้องมีความรู้และเท่าทัน ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็จะอยู่ในแบบเดิมๆ ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในชุมชนเราได้อย่างจริงจัง”

สุพัฒน์เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ โดยมองว่าการบริหารของรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้พื้นที่

ท้องถิ่น มีอำนาจในการปกครองตนเองอย่างแท้จริง เขาเห็นว่าระบอบเครือญาติได้ฝังรากลึกในการเมืองท้องถิ่นจนทำให้นักการเมืองไม่รู้สึกว่าต้องทำงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม หากแต่เป็นการทำ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

ไอลดาเชื่อว่า การลงคะแนนเสียงในครั้งนี้จะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ เธอกลับมาที่หน่วย เลือกตั้งเดิมเพื่อมาดูการนับคะแนน และในขณะที่มีการนับคะแนนเสียงบัตรสุดท้าย ไอลดาคาดว่าผล การเลือกตั้งไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารชุดเดิมได้

“ส่วนตัวก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่คนรุ่นเก่าๆ เห็นด้วยกับเสาไฟกินรี หรือบอกว่านายกอบต. 

เขาดีอย่างนั้นอย่างนี้”  ไอลดากล่าว “เรามองว่าเรายังมีเวลา สักวันหนึ่งคนรุ่นใหม่จะเป็นคนที่มาบริหารขับเคลื่อนประเทศ และเวลาจะนำมาสู่ความเปลี่ยนเปลงที่เราอยากเห็น”

ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้จะไม่ได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ตำบลราชาเทวะ หรือในเขตเลือกตั้งอื่นๆ แต่อย่างน้อยการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ได้ทำให้บรรยากาศทางการเมืองมีความคึกคัก ผู้คนมีการพูดคุย ถกประเด็น และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างที่ไม่ได้เห็นกันมานานตั้งแต่มีรัฐประหาร

ในขณะเดียวกัน คนในกรุงเทพฯ ยังคงรอการเลือกตั้งผู้ว่ามหานครด้วยใจจดจ่อ เป็นเวลาเกือบทศวรรษที่กรุงเทพฯ ไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และอาสาสมัคร We Watch ต่างก็รอคอยที่จะเข้าร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้งที่เล่าลือว่าอาจเกิดขึ้นช่วงกลางปี 2565

หลังจากที่ความวุ่นวายจากการเลือกตั้งอบต. สิ้นสุดลง ศุกรียา ตั้งใจจะเป็นอาสาสมัครกับ We Watch อีกในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ที่จะมาถึง 

“เราอยากพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อผลักดันให้เกิดประชาธิปไตยในประเทศนี้” ศุกรียาผู้เป็นอาสาสมัคร We Watch กล่าว “เวลายังอยู่ข้างเรา เมื่อเวลาผ่านไปเราก็จะมีเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะมาร่วมสร้างสังคมประชาธิปไตยในประเทศไปด้วยกัน”

ณัฐ สุมน เป็นผู้ผลิตสื่อข่าวและสารคดีทางโทรทัศน์  เธอเคยทำงานภาคประชาสังคมตามแนวชายแดนในประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานก่อนมาทำงานด้านสื่อ

ลูค ดุกเกิลบี เป็นช่างภาพข่าวประจำที่กรุงเทพฯ ทำงานให้สื่อระหว่างประเทศทั่วภูมิภาคอย่างสม่ำเสมอ

More Features

Help support our journalism!
Your donation allows us to keep bringing you these important stories
Stay informed!

Get our latest stories direct to your inbox.