STORIES

เรื่องทุกเดือนเป็นเรื่องทุกคน: ผู้หญิงไทยลุยเปิดพื้นที่คุยเรื่องประจำเดือน

เรื่อง ลอร์ ซีเกล

ภาพ ลูค ดุกเกิลบี

ผู้หญิงไทยหลายหมื่นคนยังไม่สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยที่ราคาถูกและปลอดภัยได้ จนวันนี้การถูกตีตราทางสังคม การไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล การถูกผู้ชายกีดกันทางการศึกษา หรือแม้แต่ยากลำบากในการเลี้ยงปากท้องยังคงมีอยู่และส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและสุขภาพของผู้หญิง

วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ อายุ 27 ปี เป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ผ้าอนามัยของตนเอง และทำแคมเปญกับองค์กรรณรงค์หลายกลุ่มที่ร่วมผลักดันให้นำประเด็นสุขอนามัยของผู้หญิงเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษา พร้อมชวนให้ผู้ชายเข้ามามีส่วนร่วม

“เราทนทุกข์อยู่กับปัญหานี้ แต่ซ่อนมันไว้ใต้รอยยิ้ม ทำไมเรื่องง่าย ๆ และปกติทั่วไปแบบนี้ เราถึงต้องกลัวว่าสังคมจะมองอย่างไร ถึงเวลาที่เราต้องออกจากกรอบนี้ เพราะตัวเรา ร่างกายของเรา และโลกใบนี้ยังมีทางเลือก” รุ้ง วรางทิพย์พูดถึงแนวคิดสร้างแบรนด์ของเธอ

หลังจากเรียนจบจากสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ รุ้งเข้าทำงานที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในเดือนกันยายน 2562 รุ้งเริ่มสนใจด้านความยั่งยืนและความเท่าเทียมทางเพศ จนเป็นที่มาของบริษัท Ira Concept ที่เธอก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายปี 2563 ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้ผู้หญิงมีตัวเลือกผ้าอนามัยมากขึ้น

ดราม่าประจำเดือน

“ผ้าอนามัยที่ขายตามท้องตลาดทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์และสารเคมี ผ้าอนามัยแผ่นนึงสร้างมลพิษเท่ากับถุงพลาสติกถึง 4 ใบ และผู้หญิงหลายคนก็แพ้สารเคมีที่เขาใส่มาในผ้าอนามัยแบบนั้นด้วย” รุ้งเล่า

ผ้าอนามัยของ Ira Concept ทำมาจากใยไผ่ ใยข้าวโพด เยื่อไม้ พลาสติกชีวภาพ ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ใน 1 ปี ต่างจากผ้าอนามัยทั่วไปที่ใช้เวลากว่า 500-800 ปีกว่าจะย่อยสลาย

ประเทศไทยสร้างขยะพลาสติกกว่า 2 ล้านตันต่อปี มีเพียง 1 ใน 4 ส่วนเท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ก่อมลพิษพลาสติกในมหาสมุทรเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่ตอนนี้คนรุ่นใหม่ในไทยเริ่มมีความเข้าใจและความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และยังสามารถคุยเรื่องประจำเดือนได้โดยไม่ต้องปิดบังเหมือนในอดีต

รุ้งเลือกที่จะทำผ้าอนามัยแบบแผ่น เพราะผ้าอนามัยแบบสอดหรือแบบถ้วยนั้นไม่เป็นที่นิยมในเอเชีย มีเพียงไม่กี่ร้านอย่างร้านขายสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือร้านออนไลน์ที่ผู้บริโภคสามารถหาซื้อถ้วยอนามัยได้ “ในไทยยังคงมีความคิดด้านลบกับการพูดเรื่องเพศ เรื่องจิ๋ม เรามีความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาน้อยมาก และถูกพ่อแม่สอนมาตลอดว่าถ้าสอดอะไรเข้าไปในช่องคลอด จะทำให้เสียเยื่อพรมจรรย์และความบริสุทธิ์ไป ผ้าอนามัยแบบแผ่นเลยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในบริบทวัฒนธรรมและความเชื่อที่น่าจะเปลี่ยนได้ยากแบบนี้”  

ถ้วยอนามัยส่วนใหญ่ทำมาจากพลาสติกออร์แกนิคและสามารถใช้ได้นานหลายปี จึงเป็นทางเลือกที่ราคาถูก ง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ต้องการการดูแลรักษาด้วยการนำไปล้างฆ่าเชื้อหลายครั้งต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 200-1,500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่มากพอสมควร

ผ้าอนามัยแบบสอดมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อคล้ายกับถ้วยอนามัย ในบางกรณีผู้ใช้งานอาจมีอาการท็อกซิกช็อก (Toxic Shock Syndrome หรือ TSS) ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากแต่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จากการได้รับสารพิษที่มาจากการติดเชื้อของแบคทีเรีย

ในปี 2553 ลอเรน วาสเซอร์ นางแบบชาวอเมริกันเกิดอาการท็อกซิกช็อกหลังจากใช้ผ้าอนามัยแบบสอด อาการของลอเรนเริ่มจากมีไข้คล้ายไข้หวัด หลังจากนั้นลามมาเป็นหัวใจวายและเนื้อเยื่อตายที่ขา ทำให้ต้องตัดขาทั้งสองข้างตั้งแต่หัวเข่าลงไป

ตั้งแต่นั้นมา ลอเรนจึงรณรงค์ผลักดันให้รัฐบาลสหรัฐผ่านกฎหมาย Robin Danielson Act กฎหมายนี้มาจากชื่อของหญิงที่เสียชีวิตจากโรค TSS ในปี 2541 ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้สถาบันสุขภาพแห่งชาติ “ดำเนินการจัดทำหรือสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อนามัยของผู้หญิงและความเสี่ยงทางสุขภาพของผู้หญิง หรือลูกของพวกเธอระหว่างหรือก่อนหน้าการตั้งครรภ์”

รุ้งเห็นว่าการเรียกร้องให้มีงานวิจัยในระยะยาวเกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญพอ ๆ กับการเพิ่มทางเลือกในท้องตลาดให้ผู้หญิงมีโอกาสเลือกใช้ผ้าอนามัยที่ปลอดภัย แบรนด์ของรุ้งวางขายทั่วไทยในท็อปส์ เซ็นทรัลฟู้ดฮอล กูร์เมต์มาร์เก็ต และเดียร์ ทัมมี่ ซูเปอร์มาร์เก็ต แต่เนื่องจากเป็นการผลิตจำนวนไม่มากจึงทำให้ราคาวางขายแบบปลีกยังคงสูงกว่าผ้าอนามัยทั่วไป 4 เท่า รุ้งหวังว่าจะสามารถกระจายสินค้าเข้าตลาดหลักและทำให้ราคาถูกลงได้

Ira Concept บริจาคผ้าอนามัยให้แก่ชุมชนที่ไม่มีกำลังซื้อมากพอ หรือไม่สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยที่มีคุณภาพได้ ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และช่วงล็อกดาวน์กรุงเทพฯ เมื่อปี 2564 มีแรงงานข้ามชาติราว 80,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาที่ไม่สามารถออกจากแคมป์ก่อสร้างได้ นายจ้างส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมของกินของใช้จำเป็นไว้ให้เพียงพอ เพียงไม่กี่วันคนงานกลุ่มนี้ก็ขาดแคลนอาหารและน้ำ กลุ่มผู้หญิงไม่มีผ้าอนามัยใช้ องค์กรภาคประชาสังคมอย่าง มูลนิธิช่วยเหลือชุมชนกรุงเทพ หรือ Bangkok Community Help Foundation และโครงการ Covid-19 Relief Bangkok ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ส่วน Ira Concept ได้หัก 10 เปอร์เซ็นต์จากยอดขายของเดือนกรกฎาคม และมอบผ้าอนามัยให้แก่แรงงานในช่วงล็อกดาวน์ครั้งนั้น

รุ้งยังทำโครงการกับองค์กรสตรีกะเหรี่ยง (The Karen Women’s Organisation หรือ KWO) ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิสตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในแถบชายแดนไทยเมียนมา ทุกการซื้อผ้าอนามัย 1 แผ่น รุ้งจะมอบผ้าอนามัยอีก 1 แผ่นให้แก่องค์กรนี้ ตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้ลี้ภัยหลายหมื่นคนหลบหนีกระสุนปืนและการโจมตีทางอากาศข้ามมายังฝั่งไทย พวกเขาต้องการสิ่งของจำเป็นในการใช้ชีวิต อย่างเช่น อาหาร เสื้อผ้า และของใช้ของผู้หญิง จนถึงเดือนเมษายน 2565 รุ้งจึงได้บริจาคผ้าอนามัยไปทั้งหมด 15,262 แผ่น

หญิงชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในป่าฝั่งชายแดนเมียนมาเล่าว่าหมู่บ้านของเธอถูกโจมตีจากกองกำลังทหาร “ปัญหาหลัก ๆ ที่เจอเลยคือเราขาดน้ำสะอาดใช้ ผู้หญิงบางคนแท้งลูก เพราะต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด บางคนมีอาการติดเชื้อ เพราะไปซ่อนตัวในน้ำหรือในหลุมที่ขุดขึ้นข้ามวันข้ามคืน ตอนที่ได้มาอยู่ในแคมป์ลี้ภัย ก็โดนพวกผู้ชายล้อ เพราะไม่ได้ใส่เสื้อในหรือไม่ได้เปลี่ยนกางเกงใน เพราะพวกเขาต้องรีบหนี เลยแทบไม่มีอะไรติดตัวมาเลย นอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ตัว”

ขนมปังและแยม

ที่ชายแดนใต้ของไทย มีกลุ่มลูกเหรียงที่ทำงานในประเด็นเดียวกัน แต่เน้นการทำงานเพื่อสุขภาวะที่ดีของเด็กและหญิงมุสลิม วรรณกนก เปาะอีแตดาโอะ หรือ ชมพู่ ก่อตั้งกลุ่มลูกเหรียงในปี 2547 หลังจากสูญเสียพี่น้อง 4 คนในเหตุการณ์ความไม่สงบและความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและกองทัพไทย ตั้งแต่ช่วงปี 2540 มีประชาชนผู้เสียชีวิตกว่า 7,000 คนจากเหตุการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้หญิงและเด็กหลายคนจึงต้องหาเลี้ยงตัวเอง ชมพู่เล่าว่า “เด็กหลายคนไม่มีพ่อแม่และไม่มีบ้านอยู่ ตอนนั้นชมพู่อยู่บ้านเช่าและยังเรียนหนังสืออยู่ พอรู้ว่าเขาไม่มีบ้านก็เลยชวนมาอยู่ที่บ้านเราก่อน แล้วก็ไปขอผ้าห่มจากที่บ้านพ่อแม่เรามาและเปลี่ยนหม้อหุงข้าว เพราะเริ่มหุงข้าวเยอะมากขึ้น ที่สามจังหวัดนี้ มีแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะ ด้วยความที่ว่าเด็กผู้หญิงหลายคนถูกบังคับแต่งงานตั้งแต่เด็ก ๆ ตามความเชื่อศาสนา พออายุสัก 13-14 ปีก็ถูกจับแต่งงาน พอแต่งงานตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ทำให้ร่างกายไม่พร้อม ความพร้อมในเรื่องครอบครัวก็ไม่พร้อม โอกาสในการเรียนหนังสือต่อก็ไม่มี บางคนสูญเสียสามีจากเหตุการณ์ความรุนแรงอีก เราเลยเห็นผู้หญิงเลี้ยงลูก 2-3 คนด้วยตัวเอง”

“เราทนทุกข์อยู่กับปัญหานี้ แต่ซ่อนมันไว้ใต้รอยยิ้ม ทำไมเรื่องง่าย ๆ และปกติทั่วไปแบบนี้ เราถึงต้องกลัวว่าสังคมจะมองอย่างไร”

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงยังต้องเจอกับความเชื่อผิด ๆ ของสังคมอนุรักษ์นิยมเกี่ยวกับการมีประจำเดือน “คนที่นี่ส่วนใหญ่รู้สึกว่าผ้าอนามัยมันเป็นเรื่องส่วนตัว เวลาไปซื้อผ้าอนามัยที่ร้าน เขาจะเก็บไว้ในลัง ไม่ได้วางบนแผงแบบที่เราไปหยิบได้ แล้วก็ต้องแอบใส่ถุงดำส่งมาให้เรา ตอนแรก ๆ ที่ชมพู่มาพูดเรื่องผ้าอนามัย เราเจอแรงต้านเยอะมาก เคยมีผู้ชายมาต่อว่า เพราะเขาไม่อยากให้เราพูดเรื่องแบบนี้ ถึงขั้นไล่เราออกไปเลยก็มี”

เพื่อนของชมพู่หลายคนเสียชีวิตจากอาการมดลูกอักเสบ คนที่เป็นโรคนี้ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม จะส่งผลต่อปัญหาภาวะเจริญพันธุ์และภาวะช็อกจากการติดเชื้อ

“ผู้หญิงที่นี่มีปัญหาด้านสุขภาพเยอะ ด้วยความที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่เด็ก ๆ เวลาติดเชื้อจากผู้ชายมา ก็ไม่รู้ว่ามันคือติดเชื้อ มันอายมากที่จะต้องไปหาหมอ เพราะส่วนใหญ่หมอสูที่นี่ก็จะเป็นผู้ชาย และอีกอย่างคือเราไม่ค่อยถูกสอนให้คุยเรื่องนี้กัน เราเลยไม่ค่อยรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ เด็กผู้หญิงหลายคนยังไม่รู้วิธีการใช้ผ้าอนามัย ส่วนใหญ่แม่ก็จะสอนทำผ้าอนามัยจากเศษผ้าเก่า ๆ เราก็รู้เท่านี้แหละ เราใช้ผ้านั้นทั้งวัน หรือว่าจนมันเปื้อนไม่ไหว เราก็เปลี่ยนผ้า เราก็ใช้แบบนั้น แล้วก็ซักเก็บไว้ แต่บางคนก็ไม่ได้ซักจนสะอาดมาก มันก็หมักหมม แล้วก็ทำให้เราติดเชื้อตามมา”

ลูกเหรียงมีกลุ่มอาสาสมัครโครงการ “ขนมปังและแยม” ที่ทำงานด้านสุขอนามัยทางเพศและจะไปตามโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อสอนเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยในวัยเจริญพันธุ์ การรู้เท่าทันฮอร์โมนตัวเอง การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และการรู้เท่าทันอารมณ์เมื่อเป็นประจำเดือน นอกจากนี้ยังสอนให้เด็ก ๆ เข้าใจวิธีใช้ผ้าอนามัยหาซื้อได้ที่ไหนและยังแจกผ้าอนามัยให้แก่เด็กนักเรียนด้วย ชมพู่อธิบายว่า “เราต้องทำให้คนคิดว่าประจำเดือนเป็นเรื่องปกติทั่วไป เราต้องการถอดรหัสชื่อเล่นที่หลายคนเรียกผ้าอนามัยว่า ‘ขนมปัง’ เราจะได้พูดเรื่องนี้กันโดยที่ไม่จำเป็นต้องอาย หรือปกปิด และต้องคุยกันได้ทุกคนโดยไม่กันใครออกจากบทสนทนา”

ชมพู่ตั้งใจจะทำ “ชุดคู่มือให้ความรู้ด้านสุขอนามัย” ที่จะแนะนำวิธีใช้ผ้าอนามัย และมีเบอร์ติดต่อหากต้องการคำปรึกษา นำไปแจกจ่ายพร้อมผ้าอนามัยให้แก่เด็กผู้หญิงตามโรงเรียน “วัยรุ่นหลายคนแบกรับความกดดันและความเครียดสะสมเวลามีประจำเดือน บางคนถึงกับไม่ออกจากบ้านในช่วงที่ประจำเดือนมา 3 วันแรก เพราะมีเลือดออกมาก มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่เด็กผู้หญิงต้องเสียเวลาไป 3 วันทุกเดือน อยู่บ้านเฉย ๆ เพราะมีประจำเดือน ชมพู่ไปเจอเด็ก ๆ หลายคน ถามเขาว่าถ้าพี่ช่วยได้ พี่ช่วยอะไรได้บ้าง เขาบอกว่าหนูอยากมีกางเกงในสะอาด ๆ ใส่ แล้วก็อยากมีผ้าอนามัยใส่ทุกเดือน เขาไม่ได้ขออุปกรณ์การเรียน เขาไม่ได้ขอสี ไม่ได้ขออะไรแบบนั้น ชมพู่คิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มันไม่ควรจะมีเรื่องแบบนี้อยู่ ก็เลยรู้สึกว่าสังคมไทยควรหันมาตระหนักและใส่ใจเรื่องนี้”

รุ้งพยายามติดต่อโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อนำผ้าอนามัยไปแจกจ่าย แต่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนมากนัก “โรงเรียนไม่ค่อยอยากทำงานร่วมกับเรา ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่มีงบนะ แต่เพราะมันจะเป็นการยอมรับว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้นกับนักเรียนหญิงจริง ๆ” มีเพียงองค์กรนักศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่กี่แห่งที่ลุกขึ้นมาตั้งกล่องแจกจ่ายผ้าอนามัยฟรี

กลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายค้านเริ่มเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ และพยายามจุดประเด็นนี้ขึ้นมาในสังคม

 ภัสริน รามวงศ์ จากพรรคก้าวไกล เป็นผู้นำโครงการ Thailand Pad Project ที่แจกผ้าอนามัยฟรีให้แก่ชุมชนที่ไม่สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยได้ และผลักดันให้ประเทศไทยยกเลิกภาษีผ้าอนามัย

วันที่ 8 มีนาคมซึ่งตรงกับวันสตรีสากล พรรคเพื่อไทยเปิดแคมเปญเรียกร้องให้รัฐบาลมีสวัสดิการผ้าอนามัยฟรีแก่ประชาชน โดยจัดกิจกรรมขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของพรรคเป็นเวลาหนึ่งเดือน ผู้เข้าชมสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ทั้งการร่วมฟังเสวนา ชม “นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า” ที่สร้างสรรค์โดยศิลปิน Juli Baker and Summer, Prim Issaree ผู้กำกับภาพยนตร์ และ Pyra นักร้อง

ชานันท์ ยอดหงษ์ ผู้จัดการโครงการให้ข้อมูลแก่บางกอกโพสต์ว่า “โดยเฉลี่ยแล้ว คนที่มีประจำเดือนจะใช้ผ้าอนามัยประมาณ 15-35 แผ่นต่อเดือน ทำให้มีค่าใช้จ่ายรายเดือนราว 350-400 บาท เท่ากับ 4,800 บาทต่อปี หรือประมาณ 200,000 บาทตลอดชีวิต แต่ในไทยกลับมีเรทค่าแรงรายวันอยู่ที่เพียง 331 บาท” ชานันท์ยังกล่าวต่ออีกว่า “ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้หญิงในไทยไม่สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยได้” ชานันท์ประเมินตัวเลขไว้ว่าหากแจกผ้าอนามัยฟรีให้ประชาชนจะใช้งบประมาณราว 1 หมื่น 9 พันล้านบาทต่อปี หรือคือเป็น 0.6% ของงบประมาณประจำปีของรัฐ ในขณะที่รัฐบาลเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากสินค้าผ้าอนามัยคิดเป็นเงิน 5 พันล้านบาทต่อปี

ภาษีจากเลือด

ในเดือนกรกฎาคม 2564 รัฐบาลพยายามจะจัดให้ผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยเป็นสินค้าประเภทเครื่องสำอาง เพื่อเปิดทางให้เก็บภาษีในอัตรา 30% แทนที่จะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แบบทั่วไป  

ผ้ามูน กมลจันทร์ ตัวแทนชาวไทยจาก The Pad Project ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อตั้งโดยนักเรียนในลอสแองเจลิส และทำงานร่วมกับ Ira Concept กล่าวว่า “ยากมากเลยที่จะผลักดันให้ยกเว้นภาษีผ้าอนามัย เพราะจะต้องไปเปลี่ยนกฎหมายแต่ถ้าเก็บภาษีแล้ว ก็น่าจะเอามาใช้เพื่อเป็นสวัสดิการผ้าอนามัยฟรีให้แก่ทุกคน” ในบทความที่ตีพิมพ์ใน Thai Enquirer ผ้ามูนเขียนไว้ว่า “แคมเปญ #ผ้าอนามัยปลอดภาษี ที่มีขึ้นล่าสุด ได้จุดประเด็นการเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศและประจำเดือน จนรัฐบาลได้ออกมาชี้แจงว่าสินค้าผ้าอนามัยเป็นสินค้าควบคุม และจะไม่มีการเก็บภาษีอัตรา 30% แต่จะเก็บเพียงภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ผ้าอนามัยควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพราะเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานด้านสุขภาพ กฎหมายของประเทศควรจะคุ้มครองร่างกายของเรา รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยของทุกคน เราสมควรได้รับสิ่งเหล่านี้”

ผ้ามูนเสนอแนะชัดเจนแก่ผู้ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัยว่า “คุณค่าที่แท้จริงของการสร้างสุขอนามัยให้แก่ผู้มีประจำเดือนอยู่ที่ความพยายามสร้างความตระหนักในสังคมว่าการมีประจำเดือนคือเรื่องปกติ หรือการที่คิดถึงผู้คนก่อนผลกำไรโดยแก้ปัญหาการขาดแคลนการเข้าถึงผ้าอนามัย (period poverty) รวมถึงเข้าใจถึงความยากลำบากในการเข้าถึงผ้าอนามัยของคนบางกลุ่มที่ขาดโอกาสในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางเพศสภาพ การศึกษา หรือสถานะทางการเงิน”

ชมพู่คิดว่าสวัสดิการผ้าอนามัยจากรัฐบาล หรือการแจกฟรีจากแบรนด์ต่าง ๆ ควรเป็นเรื่องปกติ “ถ้าไม่ฟรี ราคาก็ต้องเอื้อมถึงได้ และไม่ควรมีการเก็บภาษีอะไรจากผ้าอนามัย บริษัทผ้าอนามัยไม่ควรที่จะทำแต่การตลาด แต่ต้องนึกถึงสุขภาพอนามัยของผู้หญิงด้วย”

ในขณะที่รุ้งยังคงขับเคลื่อนประเด็นนี้ด้วยการเปิดตัวช่องYouTube ที่คุยกันเรื่อง “จิ๋ม เซ็กส์ ประจำเดือน และอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง”

“ตอนนี้สื่อสนใจคำว่า ‘period poverty’ ค่อนข้างมาก และคนเริ่มคุยเรื่องนี้มากขึ้น เราอยากทำให้การพูดคุยเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องปกปิดอะไร และพูดคุยได้กับทุกเพศ พ่อ พี่ชาย น้องชาย หรือแฟนก็คุยเรื่องนี้ได้” รุ้งเล่า

บรรณาธิการโดย ทอม เวเทอร์

ลอร์ ซีเกล เป็นผู้สื่อข่าวหญิงชาวฝรั่งเศส เสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับแพลตฟอร์มข่าวออนไลน์ Mediapart ของฝรั่งเศส รวมไปถึง Nikkei Asia และช่องโทรทัศน์ฝรั่งเศส-เยอรมัน ARTE