Search
Close this search box.

สภาผ่านขั้นแรกร่าง “พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม”

สภาผ่านชุดร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมวาระแรก ปูทางการแก้ไขกฎหมายให้คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสในปีหน้า

พีระพล บุณยเกียรติ/HaRDstories
นักกิจกรรมและประชาชนออกมาเดินขบวนเพื่อเฉลิมฉลองเดือน Pride Month เดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ ที่บริเวณย่านศูนย์การค้าสยาม ใจกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา

กรุงเทพฯ – สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมในวาระแรก โดยรับหลักการทั้งร่างกฎหมายทั้งสี่ฉบับ เห็นด้วย 369 เสียง ไม่เห็นด้วย 10 เสียงและไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง รวมทั้งหมด 380 เสียง

แม้ว่าประเทศไทยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวว่าเป็น “สรวงสรรค์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ” และรัฐธรรมนูญยังระบุถึงการไม่เลือกปฏิบัติเพราะความแตกต่างทางเพศ ทว่าวันนี้ คู่รักหลากหลายทางเพศยังไม่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมายไทย 

 

สี่ร่างมุ่งปลดล็อก “สมรสเท่าเทียม”

21 ธันวาคม สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือที่รู้จักในชื่อ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” โดยรับทั้งสี่ร่างที่เสนอได้สี่กลุ่ม 1) พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล 2) พรรคก้าวไกล 3) สรรเพชญ บุญญามณีและคณะจากพรรคประชาธิปัตย์ 4) ฉบับประชาชนเสนอโดยภาคประชาสังคมที่รวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนยอดล่าสุดผ่านเว็บไซต์มากกว่าสามแสนราย

ร่างทั้งสี่ตั้งบนหลักการเดียวกันคือแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรมในไทย (ประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 1448) ซึ่งปัจจุบันอนุญาตให้เพียงบุคคลเพศ “ชายและหญิง” จดทะเบียน โดยแต่ละร่างมีรายละเอียดต่างกันในบางจุด เช่น อายุที่สามารถจดทะเบียนสมรมได้ (อายุ 17 และ 18 ปีสมบูรณ์ขึ้นไป) และระยะเวลาที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกศา (มีผลทันทีหรือ 180 วันหลังจากประกาศ)

ผลการรับร่างดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนและความสนใจจากสาธารณะอย่างกว้างขวาง โดยผู้สนับสนุนมองว่าเป็นเรื่องดีที่ตัวแทนหลายพรรคการเมืองให้การสนับสนุนการผ่านกฎหมายตัวนี้ เพราะเมื่อถึงขั้นคณะกรรมาธิการพิจารณารายละเอียดแต่ละมาตราและนำร่างทั้งสี่มาพัฒนาเป็นกฎหมายฉบับเดียวนั้นมีแนวโน้มจะผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้น 

 

อีกหลายขั้น ก่อนประกาศใช้

ถัดจากขั้นคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาร่างกฎหมายอีกสองวาระ ก่อนส่งต่อสู่การพิจารณาโดยวุฒิสภา ก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกศา อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนหลายคนกังวลว่าร่างกฎหมายอาจถูกปฏิเสธจากวุฒิสภาซึ่งสมาชิกหลายรายมีมุมมองอนุรักษ์นิยม 

“ร่างกฎหมายฉบับนี้ที่จะได้รับการปรับปรุงออกมาในขั้นตอนสุดท้าย ต้องไม่ลดทอนข้อเรียกร้องให้มีการคุ้มครองสิทธิในการมีครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ” ชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผย “รวมถึงสิทธิในการรับบุตรบุญธรรมและสิทธิเกี่ยวกับมรดกของคู่สมรสหลากหลายทางเพศ รวมทั้งการยอมรับคู่สมรสเพศเดียวกันตามกฎหมายในฐานะ ‘คู่สมรส’ ที่มีสถานะเท่าเทียมกับคู่รักต่างเพศ”  

 

ปูทางตัวอย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่ผ่านมา การเสนอร่างดังกล่าวนำไปสู่ข้อถกเถียงว่าอาจจะกระทบกับความเชื่อทางศาสนา ซึ่งผู้เสนอร่างให้การยืนยันว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมสามารถอยู่ร่วมกับกฎหมายศาสนาอิสลามซึ่งใช้เป็นการพิเศษในพื้นที่สี่จังหวัดภาคใต้ได้ 

สิบปีที่ผ่านมา นักกิจกรรมได้รณรงค์อย่างต่อเนื่องให้ประเทศไทยอนุญาตคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศจดทะเบียนสมรส เพื่อเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายสมรส ปี 2556 กระทรวงยุติธรรมได้เสนอร่างกฎหมายพ.ร.บ.คู่ชีวิต ทว่ารัฐประหารในปีถัดมาได้ชะลอกระบวนการพิจารณาร่างดังกล่าว 

การเรียกร้องเพื่อสมรสเท่าเทียมได้รับความสนใจจากสาธารณะอีกครั้ง พร้อมกับการประท้วงคัดค้านรัฐประหารนำโดยนักศึกษา โดยได้เน้นผลักดันร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าจะรับรองสิทธิคู่รักเพศหลากหลายให้เท่าเทียมกับคู่สมรมชายหญิงมากกว่าร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตที่เป็นการออกกฎหมายตัวใหม่และอาจมีช่องว่าง 

หากประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ประเทศไทยจะนับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อนุญาตให้เพศเดียวกันแต่งงานกันได้ ขณะที่กฎหมายในหลายประเทศที่ศาสนามีอิทธิพลกับการบริหารของรัฐมาก เช่น มาเลเซียระบุว่าการมีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย 

ปัจจุบัน มีสองประเทศในเอเชียที่รับรองการแต่งงานของผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยไต้หวันเป็นประเทศแรกในปี 2562 ตามมาด้วย เนปาลเมื่อพฤศจิกายน 2566

 

อ่านเพิ่ม “เส้นทางสู่สิทธิที่ไม่ง่ายของชาว LGBTQ+ ในไทย”