ปิดฉากมหากาพย์เหมืองหิน ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนประทานบัตรดงมะไฟ
- Published
- 2 min read
17 ก.พ. 2566 ศาลปกครองอุดรธานีพิพากษาเพิกถอนหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเก่ากลอยและป่านากลางและประทานบัตรเหมือนแร่หินปูนในอำเภอดงมะไฟ จ.หนองบัวลำภู
ศาลพิจารณาว่ารายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ที่บริษัททำเมื่อปี 2543 นั้นไม่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและเพิกถอนประทานบัตรทำเหมืองกับใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวน
เครือข่ายชุมชนคัดค้านเหมืองราวร้อยคนเดินทางไปร่วมฟังคำพิพากษา หลังจากรับฟังเสร็จ ได้จัดกิจกรรม “ต่อแขน” เพื่ออวยพรให้แก่ทนายที่ดูแลคดี พร้อมยืนยันถึงจุดยืนของชุมชนที่จะเดินหน้าฟื้นฟูพื้นี่เหมืองเก่าและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ-วัฒนธรรม
บัวรอง นาทา ตัวแทนนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนฯ เผยความรู้สึกว่า “รู้สึกดีใจและดีใจมากที่พี่น้องในกลุ่มจับมือกันต่อสู้อย่างหนักแน่นสามัคคีมาจนถึงวันนี้ ที่ผ่านมาพวกเราได้ทำการปิดเหมืองด้วยสองเท้าสองมือของเรา”

ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรศ 2530 ความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับเหมืองเริ่มขยายตัว โดยชุมชนกังวลถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดกับชุมชนและพื้นที่ทางความเชื่อบนเขา พร้อมชี้ว่าไม่ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในกระบวนการต่างๆ จึงรวมตัวเป็นเครือข่ายเพื่อคัดค้านการทำเหมือง
ปี 2555 ชุมชนได้ฟ้องศาลปกครองหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และศาลปกครองชั้นต้นได้ตัดสินให้เพิกถอนประทานบัตร บริษัทได้ยื่นอุทรณ์ในปี 2561
กรณีความขัดแย้งเหมืองดงมะไฟนำไปสู่ผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งสี่ราย และคำขู่ฆ่ากับนักกิจกรรมที่ทำงานกับชุมชน ในปี 2562 ชุมชนได้ปิดถนนทางเข้าเหมืองและตั้งค่ายชั่วคราวบริเวณดังกล่าวเพื่อหยุดเหมือง หลังจากนี้ เครือข่ายประกาศจะยังคงเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่เก่าเหมือง
อ่านเกี่ยวกับมหากาพย์เหมืองดงมะไฟ https://hardstories.org/th/stories/natural-resources/a-rural-communitys-struggle-against-a-quarry