Search
Close this search box.

เจ้าหน้าที่อุทยานเผชิญคดีความเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนักปกป้องสิทธิชนพื้นเมือง “บิลลี่”

ภาพ : HaRDstories
ภาพ : ถนนเส้นเดียวที่ไปหมู่บ้านกะเหรี่ยงบางกลอยกลางเขาในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน HaRDstories

กรุงเทพ – เก้าปีผ่านไปหลังจากการหายตัวไปของ “บิลลี่” พอละจี รักจงเจริญ ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบเริ่มต้นกระบวนการสืบพยานข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในการลักพาตัวและฆาตกรรม

25 เมษายน ศาลอาญาทุจริตและประพฤติกลางเริ่มต้นสืบพยานนัดแรกจากทั้งหมดสิบนัด โดยมีแม่ของบิลลี่ และ“มึนอ” พิณนภา พฤกษาพรรณ ผู้เป็นภรรยา เข้าร่วมกระบวนการ รวมถึงชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีและเจ้าหน้าที่สามราย

สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดเจ้าหน้าที่อุทยานทั้งสี่รายในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอำพรางคดี

“นี่เป็นคดีแรกในไทยที่การทำให้บุคคลสูญหายมีกระบวนการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งทำให้พบว่าเป็นการฆาตกรรม” พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมที่คอยติดตามคดีกับครอบครัว กล่าว เธอกังวลว่าคดีบิลลี่นั้นศาลได้รับเรื่องก่อนที่พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามทรมาณและการทำให้บุคคลสูญหายจะประกาศใช้เป็นครั้งแรกในไทยเมื่อตุลาคม 2565 ทำให้คดีไม่ถูกปฏิบัติเป็นคดีอาญาที่จะมีกระบวนการสืบสวนจริงจังยิ่งกว่า

ประเทศไทยมีกรณีการอุ้มหายที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้หลายกรณี ถึงแม้ว่าวันนี้พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้แล้ว แต่มาตราหลักสี่มาตรากลับถูกเลื่อนและยังไม่ใช้งาน รวมถึงมาตราที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่บันทึกวีดิโอและเสียงการสอบสวนบุคคลและเปิดเผยหลักฐานนี้ตามคำร้องขอของครอบครัวและทนาย

บิลลี่หายตัวไปเมื่อ 17 เมษายน 2557 หลังจากถูกจับกุมที่ด่านตรวจในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในป่าตะวันตก เจ้าหน้าที่อุทยานกล่าวว่าได้ปล่อยตัวบิลลี่หลังจากการสอบสวนสั้นๆ และไม่ทราบความเป็นไปของเขาหลังปล่อยตัว หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สอบสวนพิเศษพบเศษกระดูกของบิลลี่ในถังน้ำมันใต้อ่างเก็บน้ำในอุทยาน

 

สมาชิกชุมชนบางกลอยแสดงออกสัญลักษณ์การถูกจับกุมในการประท้วง 9 มีนาคม 2564 ภาพ : ลูค ดักเกิลบี/HaRDstories

สำหรับครอบครัวบิลลี่ พวกเขาหวังว่าการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นการฆาตกรรมจะช่วยปัดเป่าความคลุมเครือที่มีอยู่มายาวนาน “อยากเห็นผู้กระทำผิดได้รับผิดอย่างที่สมควรจะได้รับ” พิณนภากล่าวในงานรำลึกถึงบิลลี่ที่จัดขึ้นหนึ่งวันก่อนหน้านัดหมายศาล

กรณีของบิลลี่เป็นส่วนหนึ่งในปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนกะเหรี่ยงในป่าแก่งกระจานกับเจ้าหน้าที่อุทยาน เมื่อต้นปี 2564 ชุมชนส่วนหนึ่งได้พยายายมเดินทางกลับไปอาศัยอยู่ที่ “ใจแผ่นดิน” พื้นที่สำคัญทางจิตวิญญาณตามความเชื่อและเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญทางระบบนิเวศ แต่ว่ากลับถูกบังคับพาตัวออก พร้อมข้อหาบุกรุกอุทยาน 

เพื่อรับมือความขัดแย้งนี้ คณกรรมการอิสระที่ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาและหาทางออกร่วมจึงได้ข้อสรุปให้ชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอยทดลองกลับไปอยู่ที่ใจแผ่นดินเป็นเวลาห้าปี เพื่อพิสูจน์ว่าการทำไร่หมุนเวียนตามประเพณีนั้นไม่ได้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่อุทยานให้เหตุผลว่าทำไมถึงห้ามอยู่ที่ใจแผ่นดิน แนวคิดนี้ได้รับการอนุมัติและเซ็นชื่อโดยนายกฯ เมื่อ 19 เมษายนที่ผ่านมา