สิทธิในที่ดิน

เขาคือนักยุทธศาสตร์ใจเย็น ส่วนเธอคือแถวหน้าของแนวรบ ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา อรนุชและปราโมทย์ ผลภิญโญ คือคู่รักที่ร่วมแชร์ชีวิตและอุดมการณ์ในการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินไทย
ครอบครัวกัมพูชาหลายพันครัวเรือนถูกย้ายออกจากพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์เมืองพระนครมาอยู่เมืองใหม่ของรัฐ ทว่าหลายปีผ่านไป ตลาดกลับร้าง หนี้สินพอกพูน และหลายคนพากันอพยพหนี
ตั้งแต่ที่บ้านริมทะเลสาบของเธอถูกนายทุนและรัฐบาลยึดไป เง็ก ขุน อายุ 86 ปี ก็ออกมาประท้วงหน้าศาลเขมรมาเกือบสองทศวรรษแล้ว เอง ซกขา ลูกสาวของเธอ ก็สานต่อการต่อสู้หลังเพิ่งพ้นโทษจำคุกระหว่างประท้วงทางการเมือง นี่คือเรื่องราวของการต่อสู้จากรุ่นสู่รุ่นในกัมพูชา
รัฐบาลกัมพูชาให้ ‘สัมปทานที่ดินเพื่อเศรษฐกิจ’ แก่เอกชน ทับพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าพื้นเมือง แม้รัฐจะมีหลักประกันคุ้มครองสิทธิ ก็ไม่อาจเกิดขึ้นจริง ฮาร์ดสตอรี่ชวนทำความเข้าใจ ระบบสัมปทานที่ดินเขมรเอื้อให้เกิดการไล่รื้อชุมชนอย่างไร
ป่าสงวนมักให้ความสำคัญกับการปักเขตแดนอย่างเคร่งครัด แต่มักจะละเลย "ประชาชน" จำนวนมากที่เข้ามาปักหลักอาศัยในพื้นที่ป่าก่อนที่ภาครัฐจะประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์ ในวันนี้ พวกเขาหลายคนถูกตีตราว่าเป็น "ผู้บุกรุกป่า" และต้องเผชิญการผลักไสให้ออกจากพื้นที่ แต่ยังมีชุมชนแห่งหนึ่งที่พบทางออกของปัญหาเรื้อรังนี้
ไทยเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการชุดที่สี่ เพื่อยุติกรณีพิพาทที่ดินของชาวกะเหรี่ยงบางกลอยที่ยืดเยื้อมายาวนานภายใต้กฎหมายใหม่ และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ที่มีกฎหมายรับรองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในการจัดการที่ดินและทรัพยากร
ธุรกิจผลิตยางของลูกสาวอดีตนายพลกัมพูชาเผชิญข้อกล่าวหาบีบให้ชนกลุ่มน้อยต้องออกจากที่ดิน
ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติเตโชตาเขมาก่อสร้างครอบครัวกว่า 400 ครัวเรือนถูกปิดกั้นจากทะเลสาบที่หล่อเลี้ยงชีวิตมานานหลายทศวรรษ เมื่อไม่มีเอกสารโฉนดที่ดินอย่างเป็นทางการ ชุมชนแห่งนี้จึงต้องเผชิญกับการถูกขับไล่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เครือข่ายภาคประชาสังคมส่งเสียงวิจารณ์พระราชกฤษฎีกาใหม่สองฉบับว่าให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มากกว่าสิทธิชุมชน
Help support our journalism!
Your donation allows us to keep bringing you these important stories
Stay informed!

Get our latest stories direct to your inbox.