Search
Close this search box.

ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม

8 พฤษภาคม 2565 มีการจัดกิจกรรมลงประชามติคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้ว ต.คำโตนด อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ผลออก “เห็นด้วย” กับเหมือง ท่ามกลางคำถามและเสียงคัดค้าน...
ตุลาการผู้แถลงคดีเสนอยกฟ้องคดีเขื่อนไซยะบุรี ชาวบ้านแม่น้ำโขงผิดหวัง แต่ประกาศสู้ต่อ
ปีนี้ ชาวประมงระยองเจอกับเหตุน้ำมันรั่วที่อาจเรียกได้ว่า “ใหญ่ที่สุด” ในประวัติศาสตร์ไทย เหตุการณ์นี้เหมือนหนังม้วนเดิมที่ฉายภาพซ้ำและย้ำถึงคำถามเดิมๆ ที่ไร้คำตอบ พวกเขาสวมบทนักวิทยาศาสตร์พลเมือง บันทึกผลกระทบระยะยาว ชาวประมงต่างต้องการรู้เกี่ยวกับเพื่อนบ้านอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว
ปี 2564 ไทยปัดฝุ่นเมกะโปรเจกต์น้ำ 30 ปีเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในภาคกลาง เตรียมสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวมเขื่อนแรกและผันน้ำผ่านอุโมงค์ยาว 60 กิโลเมตรผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำอุดมสมบูรณ์ นักวิชาการและองค์กรภาคประชาชนต่างกังวลถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ชุมชนเสี่ยงสูญเสียที่ดินและวิถีชีวิตบรรพบุรุษ
ชุมชนชาวไร่สู้มลพิษในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor - EEC) เขตการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ตั้งขึ้นในปี 2560 ในสามจังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง
หญิงล้มเลิกความฝันที่จะเป็นผู้พิพากษาและเลือกที่จะต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชาวบ้าน เธอลงพื้นที่ทำงานกับชุมชนหลายแห่ง ปัจจุบันจุฑามาศในวัย 26 ปีทำงานเคียงข้างชุมชนเพื่อหยุดการทำเหมืองแร่ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“บ้านที่หนูอาศัยอยู่ เสื้อผ้าที่หนูใส่ รองเท้า ชุดนักเรียน ค่าเทอม รถจักรยานที่หนูเคยขี่ ของเล่นที่​หนูเคยมี มาจากทะเลทั้งหมด”
เมื่อช่วงปี 2558 ตอนที่บริษัทเหมืองแร่สัญชาติจีนเดินทางมาถึงพื้นที่ชุมชนอันเงียบสงบที่พวกเธออาศัยอยู่ในจังหวัดสกลนคร สิ่งที่กลุ่มสตรีท้องถิ่นกลุ่มนี้รู้สึกได้ทันทีคือ พวกเธอจะต้องร่วมกันปกป้องชุมชน